
สัปดาห์หน้ามีประเด็น
สัปดาห์หน้ามีประเด็นน่าสนใจที่ต้องติดตามใกล้ชิดหลายเรื่อง ในเรื่องแรก นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง
สัปดาห์หน้ามีประเด็นน่าสนใจที่ต้องติดตามใกล้ชิดหลายเรื่อง ในเรื่องแรก นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ หลังจากต้องเลื่อนมาจากสัปดาห์นี้ เนื่องจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ร่วมการประชุม ครม. โดยสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน ยังอยู่ที่การเก็บภาษีบ้านผู้อยู่อาศัยว่าจะมีการยกเว้นให้กับบ้านที่มีราคากี่ล้านบาท จากก่อนหน้านี้คลังเสนอให้เว้นการเก็บภาษีบ้านราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท จนรัฐบาลถูกมองว่าเว้นเก็บภาษีคนรวย นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเก็บภาษีที่รกร้างว่างเปล่า ว่าอัตราภาษีและวิธีการเก็บจะทำให้การกระจายใช้ที่ดินมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่
เรื่องที่สอง ภาวะตลาดการเงินของไทย หลังจากที่ธนาคารทหารไทยลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปเหลือ 0% จนเกิดแรงต้านจนธนาคารต้องกลับให้ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป 0.125% ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวยังน่าจะส่งแรงกระเพื่อมกับตลาดเงินในสัปดาห์นี้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะน่าจะมีผลทำให้การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง 2 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.5% ขายหมดไวขึ้น เพราะผู้มีเงินเห็นว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลดลง จึงโยกเงินมาซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งให้ผลตอบแทนดีและปลอดภัยไม่มีความเสี่ยง ดีกว่าฝากออมทรัพย์ของธนาคารที่ดอกเบี้ยต่ำติดดิน นอกจากนี้ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งจะครบกำหนดอีก 8 หมื่นล้านบาท ที่พร้อมโยกมาลงทุนพันธบัตรออมทรัพย์ทันที
เรื่องที่สาม หนีไม่พ้นประเด็นทางการเมือง การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่าจะสามารถดำเนินการตามกำหนดที่วางไว้ได้หรือไม่ หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวหรือไม่ หากผลออกมาว่าขัดรัฐธรรมนูญย่อมกระทบกับเศรษฐกิจไทยอย่างหนีไม่พ้น ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่นและยังไม่ยอมลงทุนในประเทศไทย ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ต้องเจอปัญหาขยายตัวได้ต่ำเหมือนกับปีที่ผ่านมา
เรื่องที่สี่ จับตามุมมองของตลาดในเรื่องจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ หลังรับข่าวตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร วันที่ 3 มิ.ย. และถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงต้นสัปดาห์ หรือวันที่ 6 มิ.ย. ที่จะส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยเฟดในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้







