
หมอหวั่นใช้ไวรัสถล่มรพ.คู่แข่ง
แพทย์ชี้ระบาด300แห่งทั่วโลก คนไข้ไอซียูโรคหัวใจเสี่ยงตาย
โพสต์ทูเดย์
— หมอระบุเครื่องมือแพทย์ติดไวรัสในระบบไอที ทำคนไข้เสี่ยงเสียชีวิตนพ.สุธี ทุวิรัตน์ กรรมการสมาคมเวชสารสนเทศไทย เปิดเผยว่า คาดว่าทุกโรงพยาบาลในประเทศไทยมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ติดไวรัสคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับที่เคยเกิดการแพร่ระบาดของไวรัคอมพิวเตอร์ในระบบไอทีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือน เม.ย. ปี 2552 โดยขณะนั้นมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วโลกกว่า 300 โรงพยาบาลติดไวรัสแล้ว
ทั้งนี้ ยังไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยหรือมีหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหานี้ ดังนั้นหากคนไข้อยู่ในห้องไอซียูและมีเลือดคั่งในสมอง แต่เครื่องเอกซเรย์ติดไวรัสและใช้งานไม่ได้หรือต้องฟอร์แมตนาน 6 ชั่วโมง คนไข้อาจจะเสียชีวิตได้
“
คนไข้บางรายติดตั้งเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจในร่างกายและไปอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณบลูทูธติดไวรัสก็จะทำให้การเต้นของหัวใจผิดจังหวะและมีอันตรายต่อชีวิต” นพ.สุธี กล่าวนพ.สุธี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเครื่องมือแพทย์แทบทั้งหมดใช้ระบบไอที ซึ่งหากติดไวรัสและอ่านค่าผิดพลาดก็จะทำให้แพทย์วินิจฉัยหรือรักษาโรคผิดพลาดได้ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหน่วยงานดูแลความปลอดภัยเทคโนโลยีไอทีด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์
อาทิ มาตรฐานการติดตั้งการตรวจสอบอุปกรณ์รายปี ซึ่งจะต้องตรวจสอบในทุกๆ โรงพยาบาล โดยร่วมมือระหว่างหลายกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ โดยยึดแบบแผนการทำงานจากระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย ควบคู่กับมาตรฐานโลก
นพ.สุธี กล่าวว่า หากไม่มีระบบป้องกันหรือมีหน่วยมาดูแลเป็นห่วงว่าในอนาคตเมื่อโรงพยาบาลกลายเป็นเชิงธุรกิจ อาจจะมีการเขียนไวรัสโจมตีอุปกรณ์ของโรงพยาบาลคู่แข่งหรือเจาะข้อมูลคนไข้ไปเรียกค่าไถ่เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐ ขณะที่ นพ.ฆนัท ครุธกุล ผู้จัดการศูนย์หัวใจหลอดเลือดและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า วันที่ 20
–21 ส.ค.นี้ โรงพยาบาลรามาธิบดีและสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และหลายหน่วยงานจะจัดงาน “Medical Data Standards Expo” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและการวิจัยรองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพของประเทศ






