"วาสนา-ปริญา"นอนคุกคืนแรกเครียดต้องให้เวลาปรับตัว
รักษาการราชทัณฑ์เผย"วาสนา-ปริญญา"นอนคุกคืนแรกเครียดต้องให้เวลาปรับตัว ยังไม่พิจารณาขังแดนเดียวกันหรือไม่ รับเรือนจำห่วงความปลอดภัยในฐานะอดีตตำรวจเก่า-อดีตผวจ.
รักษาการราชทัณฑ์เผย"วาสนา-ปริญญา"นอนคุกคืนแรกเครียดต้องให้เวลาปรับตัว ยังไม่พิจารณาขังแดนเดียวกันหรือไม่ รับเรือนจำห่วงความปลอดภัยในฐานะอดีตตำรวจเก่า-อดีตผวจ.
วันที่ 4 มิ.ย. นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการคุมขังพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ อดีตกรรมการ กกต. ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และพ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ผู้ต้องขัง ทั้งสองถูกส่งตัวเข้าคุมขังอยู่ในแดนแรกรับ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสุขภาพเพื่อทำประวัติได้รับรายงานว่าไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง มีเพียงโรคทั่วไปของผู้สูงอายุ เช่น โรคความดัน โดยนายปริญญามีประวัติการรักษาอยู่ที่รพ.พระมงกุฎ ส่วนพล.ต.อ.วาสนา มีประวัติการรักษาที่รพ.รามาธิบดี หลังจากนี้จะให้แพทย์วินิจฉัยว่าจะสามารถปรับยาให้อยู่ในการรักษาของแพทย์ทัณฑสถานรพ.ราชทัณฑ์ได้หรือไม่ เพราะเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้มีโรคเฉพาะทางร้ายแรง สำหรับการคุมขังคืนแรกเป็นธรรมดาที่ต้องมีความเครียด เพราะทั้งสองถือเป็นบุคคลที่เคยมีตำแหน่งสำคัญ ดังนั้น ต้องให้เวลาปรับตัว แม้จะเคยมีประวัติถูกส่งตัวเข้าเรือนจำมาแห่งนี้มาแล้ว แต่ครั้งนั้นเป็นการคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีมีสิทธิยื่นประกันตัวออกไป แต่ขณะนี้ถือเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดแล้วจึงต้องพยายามปรับตัวให้อยู่ในเรือนจำได้
นายกอบเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนการจำแนกผู้ต้องขังไปยังแดนที่เหมาะสมจะสามารถให้ผู้ต้องขังอยู่ในแดนเดียวกันหรือไม่ ยังต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะพล.ต.อ.วาสนา เป็นตำรวจเก่า มีประวัติจับกุมผู้ต้องหามาหลายราย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบประวัติเพื่อนผู้ต้องขังเพื่อความปลอดภัย ส่วนนายปริญญา เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมการปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งอาจเคยสั่งการลงโทษทางวินัยผู้ใต้บังคับบัญชา จึงต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่าต้องไม่มีความขัดแย้งกับผู้ต้องขังอื่น
ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ในขั้นตอนรับตัวผู้ต้องขัง ด้วยการตรวจร่างแรกของแพทย์ พล.ต.อ.วาสนาและนายปริญญา แจ้งว่ามีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองตีบ ต่อมลูกหมากโต ไขมันในเลือดสูง ซึ่งไม่ถือเป็นโรคร้ายแรง แพทย์จึงไม่ได้ส่งตัวเข้ารักษาอาการในโรงพยาบาลทัณฑสถานราชทัณฑ์ แต่จัดให้ผู้ต้องขังทั้งสองรายอยู่ในแดนพยาบาลของเรือนจำ จากนั้นอีก 2 สัปดาห์ คณะกรรมการจำแนกนักโทษประชุมทำความเห็นว่า จะจำแนกพล.ต.อ.วาสนาและนายปริญญาไว้คุมขังในแดนใด ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาตามความเหมาะสม
นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องขังใหม่ทั้งสองรายมีความเครียดเล็กน้อย แต่ได้รับรายงานว่าทั้งสองรายพูดคุยและสื่อสารกับเพื่อนผู้ต้องขังอื่นได้ตามปกติ สามารถรับประทานอาหารได้ ในวันนี้ (4มิ.ย.) ช่วงเช้าก็มีญาติมาติดต่อเข้าเยี่ยม โดยเรือนจำจะเปิดให้ญาติเยี่ยม วันจันทร์-วันเสาร์ โดยให้เยี่ยมได้วันละ 1 ครั้ง ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันปิดทำการงดเยี่ยมญาติทุกกรณี







