เกษตรกรจับตาแก๊งปล่อยข่าวยางพาราล้นตลาด-ราคาน้ำมันขยับ
พัทลุง-เกษตรจับตาขบวนการปล่อยข่าวยางล้นตลาดแนะซื้อยางสมาชิกเก็บเอาไว้ ตลอดการลงทุนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
พัทลุง-เกษตรจับตาขบวนการปล่อยข่าวยางล้นตลาดแนะซื้อยางสมาชิกเก็บเอาไว้ ตลอดการลงทุนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนปาล์มและสวนยางพาราแห่งประเทศไทย (คยปท.) และอุปนายกสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ทาง สยยท. และ คยปท. ได้จับตาความเคลื่อนไหวขบวนการปล่อยข่าวยางล้นตลาดอยู่ เพราะขณะนี้ยางกลับสวนทางกัน คือหายไปจากตลาดในปี 2559 จะไม่ถึง 3 ล้านตัน จากกว่า 4 ล้านตัน / ปี ของการผลผลิตประเทศไทย เพราะปัจจัยภัยแล้งยาวจัด ต้นยางตาย และโค่นขายไม้ยางปลูกทดแทน
โดยมีการปล่อยข่าวเพื่อทำราคายางที่ไม่ให้สูงขึ้น ในขณะเดียวกันทำการจับตามนักวิเคราะห์ นักลงทุน นักวิชาการ ที่อ้างการขึ้นลงของราคาน้ำมัน ว่าน้ำมันลงยางราคาก็ปรับลงตาม โดยตามสูตรน้ำยางราคา 70 บาท และ 65 บาท น้ำมันจะเคลื่อนไหว ราคา 50 เหรียญ / บาร์เรล
“แต่ขณะนี้ระยะเวลาเกือบ 1 เดือน น้ำมันดิบเคลื่อนไหวใกล้ 50 เหรียญ และ 50 เหรียญเศษ / บาร์เรล ความจริง ยางต้องราคา 65 บาท และ 70 บาท / กก. แต่ขณะนี้บางพื้นที่ราคา 52 บาท / กก. ขณะนี้ไม่เป็นความจริงแล้ว ยามน้ำมันขึ้นยางกลับไม่ปรับขึ้น หรือปรับขึ้นแต่ไม่ถึงเพดาน และราคาน้ำมันลง ยางกลับลงถึงกระดาน เครือข่ายชาวาสวนยางทั่วประเทศ จะเฝ้าติดตามอยู่”
นายทศพล กล่าวว่า ขอนำเสนอต่อ กยท.ว่าเพื่อแก้ไขปัญหาตลาดราคาน้ำมัน ปัจจัยที่ถูกอ้างอิงมาอย่างต่อเนื่อง จะต้องย้อนอดีตโบราณ คือชาวสวนยางทำยางแผ่นดิบ และทำการตากแห้งสต๊อกเอาไว้ขาย ยามราคาที่ต้องการ คือสต๊อกไว้ชายคาบ้าน ใต้ถุนบ้านของแต่ละครัวเรือน แล้วให้สอดรับกับการรวมกลุ่มก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์ โดยซื้อยางสมาชิกเก็บเอาไว้ ตลอดการลงทุนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
“ในส่วนของ กยท. ก็เปิดตลาดรับซื้อยางเอง ทั้งหมดแนวทางแก้ไขและป้องกันการถูกกดนราคาจากภายนอก” นายทศพล กล่าว







