
ประมูลปุ๋ยฉาวตั้งเกณฑ์ราคาแพงกว่าตลาด
เปิดประมูลปุ๋ยส่อฉาว ราคาประมูลสูงกว่าราคาตลาด แถมเอกชนร่วมประมูล คดีเก่าเพียบ
เปิดประมูลปุ๋ยส่อฉาว ราคาประมูลสูงกว่าราคาตลาด แถมเอกชนร่วมประมูล คดีเก่าเพียบ
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า นโยบายจัดหาปุ๋ยสูตร 20-8-20 จำนวน 3 หมื่นตัน วงเงิน 570 ล้านบาท โดยวิธีเปิดประมูล เบื้องต้นมีเอกชน 6 ราย เข้าร่วมยื่นซองประมูล แต่ผ่านคุณสมบัติเพียง 2 ราย และอยู่ระหว่างให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบคุณสมบัติของปุ๋ยว่าผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหรือไม่ เพื่อพิจารณาราคาที่เสนอเข้ามาต่อไป การดำเนินงานทั้งหมดจะเร่งประมูลให้เสร็จก่อนเดือน ต.ค. หลังจากที่ สกย.เลิกจัดหาปุ๋ยให้กับเกษตรกรมาตั้งแต่ปี 2546
“ ปกติในการสงเคราะห์ของสกย.สำหรับผู้เข้าโครงการตัดยางเก่าอายุ 25 ปีและขอเงินสงเคราะห์ในการปลูกใหม่นั้นสกย.จะสนับสนุนงบประมาณให้ 1.1 หมื่นบาทต่อไร่ต่ออายุสงเคราะห์ 5 ปีครึ่ง แต่ปรากฏว่าเกษตรกรบางรายไม่ได้ซื้อปุ๋ยใส่แต่เบิกเงินเท็จและบางรายซื้อปุ๋ยปลอมทำให้สกย.จำเป็นต้องจัดโครงการนี้ “นายวิทย์กล่าว
ทั้งนี้เมื่อถามว่ามีรายงานตัวเลขที่เป็นหลักฐานหรือไม่ว่าเกษตรกรซื้อปุ๋ยปลอมและเบิกเงินเท็จเป็นสัดส่วนสำคัญจนต้องตั้งโครงการประมูลปุ๋ย นายวิทย์ กล่าวว่าไม่มีแต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเกิดเหตุดังกล่าว สกย.จึงเห็นว่าเพื่อให้การปลูกยางได้ผลดีจำเป็นที่สกย.จะต้องจัดหาปุ๋ยคอมพาว์ทให้เพื่อป้องกันกันหลีกเลี่ยงดังกล่าวและจะดูแลการประมูลให้ดีที่สุดเพราะยอมรับว่าหนักใจเช่นกันในเรื่องการประมูลแต่ละครั้ง
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ สกย. เปิดเผยว่า การจัดประมูลในครั้งนี้กรรมการหลายคนไม่สบายใจ เนื่องจากเห็นว่าราคากลางของปุ๋ยแพงกว่าตลาดมาก ราคาในท้องตลาดอยู่ที่ตันละประมาณ 1.6 หมื่นบาท แต่ราคากลางของ สกย. อยู่ที่ 1.9 หมื่นบาทต่อตัน
นอกจากนี้ ในการยื่นซองประมูลของผู้ประกอบการ 6 ราย พบว่าเอกชนบางรายมีการถือหุ้นไขว้กันไปมา บางรายมีประวัติว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการทำธุรกิจกับกลุ่มสหกรณ์การเกษตรมาก่อน และบางรายมีเรื่องฟ้องร้องในชั้นศาลค้างอยู่กับหน่วยงานรัฐ ซึ่งคดีความยังไม่สิ้นสุด
“ที่ผ่านมา สกย.เคยมีนโยบายส่งเสริมปลูกยางด้วยปุ๋ยอินทรีย์ผสมเคมี และพบว่าบางพื้นที่ได้ผลดี แต่ตอนหลังกลับอ้างว่ามีการระบาดของปุ๋ยปลอม ทำให้ต้องจัดซื้อ ทั้งที่ปุ๋ยในท้องตลาดต้องผ่านการรับรองของกรมวิชาการเกษตร ฉะนั้นควรไปเข้มงวดตรวจสอบปุ๋ยปลอมในตลาดดีกว่าจะเดินหน้าซื้อปุ๋ยแจก เพราะการให้เงินเกษตรกรจัดซื้อเองเป็นการจ่ายตามจริง” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ มีรายงานว่าสกย.เตรียมเปิดซองราคาในวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมาแต่บอร์ดให้เลื่อนไปก่อนเพื่อพิจารณาคุณสมบัติของบริษัทเอกชนให้รอบครอบ สำหรับโครงการดังกล่าวสกย.ประกาศเปิดประมูลเมื่อ 6 ก.ค. และยื่นซองวันที่ 23 ก.ค. ก่อนที่จะมีการแจงการเปิดซองวันที่ 3 ส.ค.







