
อสังหาฯโตฝ่าศก.ซบ ‘อนันต์’ชี้รายใหญ่รอดเล็กอยู่ยาก
ปี 2559 ซึ่งถือว่าเป็นอีกปีที่ท้าทายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาและผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่มีมากขึ้นโดยเฉพาะตลาดระดับกลาง-ล่าง ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อหากำลังซื้อใหม่ หลังจากพิจารณาเห็นว่าการทำอสังหาฯ เพื่อขายอย่างเดียวไม่สามารถอยู่ได้ในระยะยาว
ปี 2559 ซึ่งถือว่าเป็นอีกปีที่ท้าทายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาและผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่มีมากขึ้นโดยเฉพาะตลาดระดับกลาง-ล่าง ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อหากำลังซื้อใหม่ หลังจากพิจารณาเห็นว่าการทำอสังหาฯ เพื่อขายอย่างเดียวไม่สามารถอยู่ได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของบิ๊กอสังหาฯ อย่าง อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังเห็นว่า ธุรกิจอสังหาฯ ปี 2559 ยังเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศ
ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3% ขณะที่อสังหาฯ จะเติบโตได้มากกว่า 3% เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคยังมีอยู่ และไม่ได้ซบเซาลงมากนัก แม้ว่าประเทศจะเผชิญกับปัญหาทางการเมืองมาหลายครั้ง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบกับตลาดอสังหาฯ เห็นได้จากกำลังซื้อที่ยังมีอยู่
“การเมืองที่วุ่นวายมากว่า 10 ปี ก็ไม่มีผลต่อธุรกิจอสังหาฯ ที่ซบเซามาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งธุรกิจอสังหาฯ ถือได้ว่าผ่านจุดต่ำสุดมาตั้งแต่ปี 2558 คอนโดมิเนียมได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีซัพพลายออกมาสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะตลาดล่างที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือน ซื้อแล้วไม่สามารถโอนได้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องกลับมาทำตลาดใหม่หลายรอบ” อนันต์ กล่าว
นอกจากนั้น เรื่องสำคัญเวลานี้คือรัฐบาลอย่าสัญญาว่าจะมีมาตรการกระตุ้นอย่างอื่นออกมาอีก แต่ยังไม่ได้ทำจริง เพราะจะทำให้กำลังซื้อใหม่ชะลอตัวลง
ที่ผ่านมา แม้เศรษฐกิจจะซบเซาแต่ผลประกอบการของผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดอสังหาฯ นั้นเติบโตหมด แม้ว่าตลาดโดยรวมจะไม่ดีมากนัก และปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่มีการนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปหรือพรีคาสต์มาใช้มากขึ้น เพราะมีการก่อสร้างโรงงาน และโรงงานที่ก่อตั้งขึ้นมานั้นจะทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถหยุดการผลิตได้ เมื่อผลิตมากขึ้นจะทำให้มาร์จิ้นหรือกำไรของผู้ประกอบการรายนั้นๆ ลดลงตามไปด้วย เนื่องจากรายใหญ่จะต้องเร่งผลิตที่อยู่อาศัยออกมาแข่งขันมากขึ้น ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กที่จะอยู่ยากเพราะถูกแย่งตลาด
ขณะเดียวกันการขอสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการกับสถาบันการเงินก็เป็นปัญหา เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่จะได้เปรียบ สถาบันการเงินแม้ว่าจะมีสภาพคล่องทางการเงินเหลือ แต่ก็เลือกที่จะปล่อยให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบริษัทขนาดเล็กต้องเผชิญอัตราดอกเบี้ยที่สูงนอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับปัญหาผังเมืองหลายจังหวัดที่มีการเปลี่ยนแปลงจึงส่งผลต่อรูปแบบการพัฒนาโครงการ อีกทั้งราคาที่ดินปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายใหญ่จะได้เปรียบในการเจรจาต่อรองมากกว่าผู้ประกอบการรายขนาดกลางและขนาดเล็ก
สำหรับปัจจัยบวกของธุรกิจอสังหาฯ ในขณะนี้คือราคาวัสดุก่อสร้างทุกประเภทนั้นยังไม่ปรับขึ้น เนื่องจากน้ำมันยังมีราคาที่ต่ำ ยกเว้นเหล็กเส้นเท่านั้น จึงทำให้ภาพงานก่อสร้างไม่ได้ปรับขึ้นมากนัก แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือตลาดเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้ว่ารูปแบบการทำตลาดเปลี่ยนแปลงไป จะเห็นได้ว่าบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยขณะนี้มียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว 30-40% ถือว่าแมสมากขึ้น จากเดิมการขายออนไลน์มีเพียง 4-5% ที่เคยเป็นแค่การขายให้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ด้านบุคลากรในปีนี้บริษัทในกลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์ คือบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ หรือคิวเฮ้าส์ ต้องเผชิญกับปัญหาการลาออกของพนักงานแบบยกทีม 40-50 คน ซึ่งคล้ายกับวงการไฟแนนซ์หรือการเงิน ที่มีการแย่งชิงตัวกัน ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เนื่องจากปัจจุบันมีการปรับตัวโดยมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ของคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เข้ามาใช้มากขึ้น ปัจจุบันการใช้กระดาษแทบจะไม่มีให้เห็นแล้วบนโต๊ะทำงาน จึงทำให้การบริหารงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว
“กลุ่มแลนด์ฯ ปรับตัวมาตลอดพยายามทำงานทุกอย่างให้เป็นออนไลน์มากขึ้น เพราะยิ่งใช้กระดาษน้อยก็จะยิ่งใช้คนในการทำงานน้อยลงไปด้วย แต่ผลจากเศรษฐกิจซบเซาบริษัทก็ไม่ได้มีการเลย์ออฟพนักงาน แม้แต่ในช่วงวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญเมื่อปี 2540 แต่ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจะต้องมีการอบรมพนักงานทางด้านไอที การเปลี่ยนแปลงระบบทำงาน โดยอาจจะต้องยุบหน่วยงานบางส่วน ผลงานชิ้นสำคัญของแลนด์ฯ เห็นได้จากบ้านสั่งสร้างเป็นบ้านสร้างเสร็จก่อนขายที่ลูกค้าได้เห็นสินค้าจริง ขณะที่รูปแบบการทำงานนั้นจะใช้เอาต์ซอร์สที่มีความชำนาญการเข้ามาดำเนินการ ถือเป็นการประหยัดต้นทุนในการดำเนินการ”
สำหรับแนวทางการทำธุรกิจของกลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์ในอนาคต ได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่จะสามารถสร้างรายได้ในระยะยาวมากขึ้น เนื่องจากอสังหาฯ เพื่อขายไม่ได้มีให้พัฒนาต่อเนื่องได้ตลอด จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล (LHMH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ โดยบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ถือหุ้น 100% เพื่อดำเนินธุรกิจโครงการศูนย์การค้าและโรงแรม
ล่าสุดได้เปิดศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ที่พัทยาแล้ว มูลค่า 7,000 ล้านบาท และจะเปิดโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ ทองหล่อ ซอย 10 นอกจากนี้อยู่ระหว่างการมองหาที่ดินใน กทม.ย่านถนนราชพฤกษ์ ธนบุรี-ปากท่อ เป็นที่ดินขนาด 20 ไร่ ซึ่งก็ทำได้ทั้งโครงการที่เป็นศูนย์การค้าและโรงแรม และอีกแห่งจะอยู่ที่ จ.ภูเก็ต จากก่อนหน้านี้บริษัทประสบความสำเร็จในการพัฒนาศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 และโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ สุขุมวิท เทอร์มินัล 21







