
ชินคันเซนไทย-ญี่ปุ่นงบบาน
รถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น เส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ งบโครงการบานปลายทะลุ 5.3 แสนล้าน
รถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น เส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ งบโครงการบานปลายทะลุ 5.3 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายซึโตะมุ ชิมุระ รองอธิบดีกรมการรถไฟ กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เข้าหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ถึงความคืบหน้าการพัฒนารถไฟระหว่างไทยและญี่ปุ่นในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ ซึ่งใช้เทคโนโลยีชินคันเซน (Shinkansen) โดยญี่ปุ่นได้เสนอรายงานผลการศึกษาขั้นกลางในส่วนมูลค่าลงทุน ปรากฏว่ามูลค่าโครงการรถไฟเส้นนี้สูงถึง 5.3 แสนล้านบาท สูงกว่าที่ไทยประเมินไว้ที่ 4.4 แสนล้านบาท หรือต่างกัน 9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ สาเหตุที่มูลค่าลงทุนที่ญี่ปุ่นเสนอสูงกว่าฝ่ายไทย เป็นญี่ปุ่นได้แยกราง (Track) ตั้งแต่ช่วงบางซื่อ-บ้านภาชี ออกมาสร้างต่างหาก ต่างจากผลการศึกษาของฝ่ายไทยที่จะให้รถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น ใช้รางร่วมกับโครงการรถไฟไทย-จีน และโครงการอื่นๆ ในช่วงบางซื่อ-บ้านภาชี ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในส่วนการก่อสร้างราง สร้างศูนย์ซ่อมบำรุง และวางระบบ
นายอาคม กล่าวหลังหารือว่า ญี่ปุ่นเสนอรายงานผลการศึกษาขั้นกลางรถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งผลการศึกษาของญี่ปุ่นมีบางประเด็นที่ไม่ตรงกับฝ่ายไทย ทำให้มูลค่าโครงการสูงกว่าฝ่ายไทย ดังนั้นฝ่ายไทยจึงให้ญี่ปุ่นกลับไปศึกษาเพิ่มเติมและนำมาเสนอใหม่แล้ว นอกจากนี้ญี่ปุ่นขอให้ไทยเร่งศึกษาแนวทางการพัฒนาและประโยชน์ข้างทางโดยเร็ว
นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า รูปแบบการลงทุนโครงการนี้ ญี่ปุ่นเสนอมารัฐบาลไทยเป็นผู้ลงทุนเป็นหลักในส่วนของงานก่อสร้างและตัวระบบ ส่วนการจัดหาตัวรถและการบริหารจัดการมี 2 ทางเลือก คือ 1.ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งบริษัทลูกเข้ามาบริหาร และ 2.เปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมทุนในรูปแบบพีพีพี และเนื่องจากโครงการมีมูลค่าสูงมาก ไทยเสนอแบ่งโครงการเป็น 2 ช่วง คือ กรุงเทพฯ-พิษณุโลก และพิษณุโลก-เชียงใหม่







