
คสช.มีราคาที่ต้องจ่าย
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
น่าเสียดายที่การแถลงผลงานรอบ 2 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ค่อนข้างเงียบ เพราะถูกข่าวธัมมชโยกลบหมด คนที่สนใจว่า คสช.จะมีผลงานในรอบ 2 ปี อะไรบ้างไม่สามารถหาอ่านจากสื่อวันรุ่งขึ้นได้เลย สื่อไทยและต่างประเทศอยากรู้ว่า ที่ คสช.ให้สัญญาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาว่า “จะคืนความสุขให้กับประชาชนนั้น” ณ วันนี้ ประชาชนได้รับความสุขมากน้อยเพียงใดจาก คสช. และประชาชนต้อง “จ่าย” ค่าความสุขนั้นหรือไม่ อย่างไร แค่ไหน ส่วน คสช.ที่มีผลงานสำเร็จนั้น ต้องจ่ายราคาแห่งความสำเร็จอะไรบ้าง เพราะคงไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องจ่าย ซึ่งคำว่า “จ่าย” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงินทอง แต่อาจต้องยอมสูญเสียบางอย่างเป็นการแลกเปลี่ยนทั้ง คสช. และประชาชน
คงไม่ยุติธรรมหากไม่พูดถึงผลงานรอบ 2 ปีของ คสช. ซึ่งมีจุดเด่นอย่างมากในผลงานด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำเนินคดีกับผู้ที่จาบจ้วงล่วงละเมิด ดูถูกดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ คสช.ได้จัดการกับคดีที่ค้างคาและคดีใหม่ๆ ตำรวจจับกุมผู้กระทำผิด ฟ้องร้องต่อศาลไปหลายราย จน “กลุ่มล้มเจ้า” ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ
คสช.สามารถระงับการขัดแย้งที่อาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรง มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การจัดระเบียบสังคม การปราบปรามผู้มีอิทธิพล กวาดล้างอาวุธสงคราม ยาเสพติด วัตถุระเบิด บ่อนการพนัน การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จัดระเบียบชายหาด รถตู้สาธารณะ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ เด็กแว้น สถานบริการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มอมเมาเด็ก การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 1.6 ล้านคน พิสูจน์สัญชาติ 6 แสนคน ทำบัตรใหม่กว่า 1 ล้านคน การปราบปรามการค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย จัดทำฐานข้อมูลแรงงานประมงใน 22 จังหวัดติดทะเล 1.3 แสนคน จดทะเบียนเรือประมง ติดตั้งระบบติดตามตำแหน่งเรือประมงขนาดใหญ่กว่า 7,000 ลำ การปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติ การทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนที่ถูกบุกรุกได้มา 352,731 ไร่ การจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกร 4,385 ครัวเรือน รวมเนื้อที่ 26,934 ไร่ เร่งรัดออกโฉนด 1 แสนแปลงให้กับคนยากจน ออกหนังสือแสดงสิทธิใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 7,057 แปลง ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเพิ่มบทบาทของศูนย์ดำรงธรรมที่แก้ไขปัญหาการร้องทุกข์ให้ราษฎรได้ถึงร้อยละ 97 ของผู้รับบริการ
ผลงานด้านต่างประเทศ คือ การเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทย โดยผู้นำไปร่วมประชุมนานาชาติพบปะกับผู้นำระดับสูงของประเทศต่างๆ ให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ยืนยันการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งตามโรดแมปที่วางไว้ ซึ่งเวลานี้เดินหน้าไปด้วยดี ผลงานเด่นด้านสังคม นอกจากการป้องกันไม่ให้ชาติกลับไปสู่ความขัดแย้งและใช้ความรุนแรงอีกเช่นก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 การเร่งนำคดีความของคู่ขัดแย้งที่เป็นประเด็นการเมืองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.ออกกฎหมายด้านต่างๆ มากกว่าสมัยรัฐบาลจากการเลือกตั้ง การจัดระเบียบวิทยุชุมชนที่ผิดกฎหมาย การเร่งปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ การรื้อฟื้นคดีทุจริตที่ล่าช้า ทำให้การคอร์รัปชั่นลดน้อยไปมากจากที่เคยมีสูงสุดถึงร้อยละ 40 เหลือเพียงร้อยละ 5-15 จัดสวัสดิการและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย การดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงชีวิต การกำจัดขยะมูลฝอย ที่เด่นที่สุดประการหนึ่งคือ การส่งเสริมวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยว
ผลงานด้านเศรษฐกิจ ถูกวิจารณ์มากที่สุด เนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าปฐมในตลาดโลกลดลง การส่งออกติดลบต่อเนื่อง บวกกับปัญหาที่ตกค้างมาจากรัฐบาลชุดก่อน ทั้งนโยบายเพิ่มค่าแรงที่เร็วกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ นโยบายจำนำข้าว รถยนต์คันเดียว นโยบายประชานิยมอื่นๆ ที่ส่งผลให้หนี้สินครัวเรือนสูงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ยิ่งมาเจอกับภัยแล้งด้วยแล้วเหมือนกับซ้ำเติมปัญหาให้หนักมากขึ้น แม้รัฐบาลจะระดมมาตรการต่างๆ แต่ปัญหาก็ยังไม่ดีขึ้น เพียงแต่รักษาอาการทรงตัวไว้เท่านั้น คสช.ไม่อาจคืน “ความมั่งคั่ง” ให้ประชาชนได้
นอกจาก คสช.ต้องแก้ปัญหาที่หมักหมมและสะสมมานานแล้ว ยังต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่อีกคสช.ใช้กลยุทธ์ “เก็บผลไม้ลูกที่อยู่เตี้ยๆ กินก่อน” เพราะง่ายกว่า เนื่องจากเอื้อมมือเด็ดก็ได้กินแล้ว “เป็นชัยชนะที่ได้มาโดยรวดเร็ว” ส่วนลูกที่อยู่สูงๆ ค่อยสอยกินทีหลัง เพราะต้องใช้ความพยายามมากกว่า อะไรที่ทำให้ประชาชนพอใจก็ทำก่อนและพยายามรักษาไว้ให้นานที่สุด ส่วนงานที่ยากและต้องใช้เวลาก็ค่อยๆ ทำไป เช่น การปฏิรูปตำรวจ การฟื้นฟูเศรษฐกิจมหภาค
กว่าที่ คสช.จะประสบความสำเร็จในระดับที่กล่าวข้างต้นนั้น คสช.ไม่ได้มาฟรีๆ แต่มีสิ่งที่จะต้อง ”จ่าย” อย่างน้อย 2 เรื่อง คือ จ่ายค่า “ประชาธิปไตย” และค่า “สิทธิมนุษยชน” ซึ่งเป็น “หลักการ” ที่สังคมโลกยึดถือ ส่วนประชาชนที่พอใจกับความสุขที่ คสช.หยิบยื่นให้ก็ต้องจ่ายเช่นเดียวกัน เพราะถูกจำกัดสิทธิบางประการ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เดือดร้อนกับประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนตะวันตกมากนัก พวกเขาพอใจที่บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัย ทำมาหากินได้เป็นปกสุขมากกว่า มีเพียงกลุ่มที่สูญเสียอำนาจและคนจำนวนหนึ่งหน้าเดิมๆ เท่านั้นที่เดือดร้อนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี คสช.ต้องทำตามสัญญาด้วยการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาเพื่อลดแรงกดดันจากต่างประเทศ
คสช.ไม่ได้มาจากปากกระบอกปืน แต่มาจากการเรียกร้องของประชาชนส่วนใหญ่ให้เข้ามาผ่าทางตันประเทศที่เดินหน้าไม่ได้ ดังนั้น คสช.จะอยู่หรือไปก็ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของประชาชนเป็นสำคัญ ในช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง คสช.ต้องเร่งแสดงผลงานมากขึ้น และรักษาผลงานที่ทำมาไม่ให้ลดน้อยลง เวลานี้เริ่มมีเสียงคนบ่นว่าการจัดระเบียบสังคมที่ดีอยู่แล้วชักจะย่อหย่อนลง อะไรที่ทำดีอยู่แล้วต้องรักษาไว้ให้ดีต่อไป อะไรที่ยังไม่ดีก็ต้องทำให้ดีขึ้น การที่คนไทยจำนวนไม่น้อยแสดงความเห็นผ่านโพลอยากให้ คสช.อยู่ต่ออีกระยะหนึ่ง อย่าเพิ่งเลือกตั้ง เพราะเลือกตั้งมาก็เจอนักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่เข้ามาโกงกินบ้านเมือง สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนซึ่งมีประสบการณ์จากการบริหารประเทศของรัฐบาลจากการเลือกตั้งและจากการเลือกตั้งทั้งสองอย่าง มองนักการเมืองอย่างไร ดังนั้น นักการเมืองต้องรู้จักปรับตัวเองภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ไม่มีที่ยืนสำหรับคนโกง







