
ดิจิทัล4.0ให้โดนใจมิลเลนเนียม
“ในโลกดิจิทัล ธุรกิจที่จับความต้องการของผู้บริโภคยุคมิลเลนเนียมได้ 1 นาที ก็สามารถสร้างธุรกิจมูลค่าเป็นแสนล้านบาทได้”
“ในโลกดิจิทัล ธุรกิจที่จับความต้องการของผู้บริโภคยุคมิลเลนเนียมได้ 1 นาที ก็สามารถสร้างธุรกิจมูลค่าเป็นแสนล้านบาทได้”
“ขณะที่การทำธุรกิจดิจิทัล 4C ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ ที่เริ่มด้วยการคอนเวอร์เซชั่น (Conversation) มีการพูดคุย ถัดไปเป็นคอนเทนต์ (Content) มีเนื้อหาโดนใจมาดึงคน จากนั้นก็สร้างคอมมูนิตี้ (Community) ชุมชนชาวเน็ตขึ้นมา และมาปิดที่คอมเมิร์ซ (Commerce) มีการซื้อขายสินค้า ปัจจุบันโลกได้เคลื่อนจากโซเชียลไปเป็นแมสเซนเจอร์ หรือแชตต่างๆ เช่น แชตไลน์ ที่ขยายการพูดคุย ส่งภาพ ส่งวิดีโอ ไปเปิดให้บริการไลน์ขยายทำธุรกิจ เช่น ไลน์แท็กซี่ ไลน์มิวสิค ไลน์ทีวี ไลน์เกม ไลน์รับส่งข้าวสั่งอาหาร เป็นการขยายธุรกิจไปบนแพลตฟอร์มของไลน์”
“เส้นแบ่งทางธุรกิจและเส้นแบ่งประเทศที่หายไป ทำให้อาลีบาบาขยายจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ ไปให้บริการปล่อนเงินกู้ ทำฟินเทคแข่งกับแบงก์ เพราะมีข้อมูลการค้าทำให้รู้เครดิตของลูกค้า จากนั้นก็ขยายไปทำโลจิสติกส์เข้าไปถือหุ้นในสิงค์โพสต์ บริษัทไปรษณีย์ประเทศสิงคโปร์ ไปซื้อลาซาดา เยอรมนี”
คำพูดดังกล่าวนับเป็นคำเตือนและโอกาสในการต้องปรับตัวให้ทันยุคมิลเลนเนียม (Millennials) บางส่วนจากงานธุรกิจไทยในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม ซึ่งจัดโดยประชาชาติธุรกิจ งานนี้เจ้าพ่อสตาร์ทอัพเมืองไทย เรืองโรจน์ (กระทิง) พูนผล ได้ฉายภาพให้เห็นถึงโลกที่ไม่เหมือนเดิม จากสตาร์ทอัพธุรกิจเปลี่ยนโลกที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาสินค้าหรือบริการปัจจุบัน ที่ไม่ตอบโจทย์ของชีวิตสมัยใหม่ บรรดาสตาร์ทอัพจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างธุรกิจใหม่ และส่วนใหญ่จะกระทบธุรกิจเดิมให้อาจอยู่ไม่ได้ เป็นการทำลายอย่างสร้างสรรค์ (Creative Destruction) โดยยกตัวอย่าง เช่น ร้านหนังสือ Borders ที่โดนอเมซอนถล่ม บล็อกบาสเตอร์ โดนเน็กฟิกซ์ ดูหนังออนไลน์ชิงลูกค้า ยังไม่นับโกดัก โนเกีย แบล็คเบอรี่ โซนี่ ที่หายไป
มองกันว่าในยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟู (Exponential Tecnologies) จะมีการนำปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial intelligence : AI) มีการใช้หุ่นยนต์ หรือโรโบติก และไบโอเทค แมนูแฟคเจอริ่ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในงาน Google I/O 2016 ซีอีโอของกูเกิล ไม่ได้ใช้คำว่า AI แล้วแต่ใช้คำว่าแมชีน เลิร์นนิ่ง (ML) เพราะคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลและคิดได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอการป้อนคำสั่งทุกอย่างจากมนุษย์เหมือนเอไอ โดยผลที่เกิดขึ้น เช่น หุ่นยนต์ที่ชนะแชมป์โกะได้ รถไม่ต้องใช้คนขับของกูเกิลที่วิ่งมาแล้วล้านไมล์ ยังไม่เกิดอุบัติเหตุเลย ตอนนี้ใช้รถพวกนี้มาส่งสินค้าในยุโรป ส่วนที่สิงคโปร์ใช้เป็นรถขับเคลื่อนด้วยตัวเองให้บริการเป็นแท็กซี่
บริษัทกฎหมายใหญ่เบเคอร์ฯ จ้างหุ่นยนต์เป็นทนายความ ส่วนการประกวดนิยายที่ประเทศญี่ปุ่น เรื่องที่ชนะเป็นนิยายที่เขียนด้วยหุ่นยนต์ โดรนเปลี่ยนจากของเล่นไปเป็นเครื่องมือถ่ายทอดสด เป็นอาวุธ สตีเวน สปีลเบิร์ก ไปจับมือกับประธานคนแรกของเฟซบุ๊กเปิดให้บริการดูหนังผ่านสตรีมมิ่ง ส่วนผลจากไบโอเทค บิลเกตส์ ได้พัฒนาพืช ให้เป็นไข่ไก่ ให้เป็นเนื้อสัตว์ จับกลุ่มคนรักสุขภาพ ต้องการลดน้ำหนัก ผลของ 3 เทคโนโลยีหลักที่จะเกิดขึ้น สร้างผลกระทบต่อคนและธุรกิจให้ต้องตกงานให้ต้องเจ๊ง หากไม่ปรับตัวอย่างมีนวัตกรรม
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพที่มีไอเดียมีโมเดลดีจะระดมทุนได้มากกว่าบริษัทใหญ่ๆ เช่น แกร็บแท็กซี่ที่ระดมทุนได้เป็นหมื่นล้านบาท ขนาดผู้บริหารของเจพีมอร์แกน ยังบอกว่าไม่กลัวการแข่งขันจากธนาคารด้วยกัน แต่กลัวฟินเทคจากซิลิคอนวัลเลย์มากกว่า เพราะฟินเทคตอนนี้ระดมทุนได้ 4 แสนล้านบาท จะมาปล่อยกู้ จะมาให้บริการจ่ายเงินมาให้บริการแบบรีเทลแข่งกับธนาคารขนาดใหญ่ โดยสตาร์ทอัพเป็นร้อยๆ รายจะเข้ามาฉีก (Unbunding) บริการต่างๆ ของแบงก์ออกมา แล้วมีสตาร์ทอัพเป็นร้อยเข้าไปแข่งในแต่ละบริการ ซึ่งการเข้าฉีกแต่ละธุรกิจของสตาร์ทอัพ ทำกับหลายธุรกิจ เช่น วงการคอนซูเมอร์พีแอนด์จีก็โดน บริการส่งสินค้าเฟดเด็กซ์ ธุรกิจรถยนต์
อย่างเช่นอูเบอร์ สตาร์ทอัพให้บริการแท็กซี่รายใหญ่ แต่ไม่มีรถเป็นของบริษัทเอง แอร์บีเอ็บีบริษัทให้บริการห้องพักรายใหญ่ แต่บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของห้อง สไกด์หรือวีแชตบริษัทโทรศัพท์รายใหญ่ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของอินฟราสตรักเจอร์โทรคมนาคม อาลีบาบาค้าปลีกรายใหญ่ แต่ไม่มีสต๊อกสินค้าเลย เฟซบุ๊กมีเดียคอนเทนต์ที่ฮิตที่สุด แต่ไม่ได้ผลิตคอนเทนต์เองเลย
อย่างไรก็ตาม บนความเปลี่ยนแปลงรุนแรงเร็วมาก คนใช้ชีวิตกว่าครึ่งของช่วงที่ตื่นกับสื่อต่างๆ ซึ่งผลสำรวจคนใช้แอพพลิเคชั่นเดือนละ 27 แอพ ทว่ามีเพียง 5 แอพ ที่มีคนใช้ถึง 80% การใช้เว็บไซต์เดือนละ 96 เว็บ มีเพียง 5 เว็บ มีคนใช้มากถึงกว่า 40% เมื่อเป็นเช่นนี้ หากธุรกิจ สามารถจับความสนใจของชาวเน็ตในช่วงสั้นๆ เหล่านั้นได้ ถ้าจับความสนใจไม่ถึง 1 นาที/วัน ได้ ก็สามารถจะสร้างเป็นธุรกิจมูลค่าแสนล้านบาทได้ เช่น ZOC DOC แอพนัดคิวหมอ VTCE แอพจัดตารางเวลา SHAZAN แอพเพลง
รวมทั้งโลกตอนนี้กำลังเคลื่อนจากโซเชียลไปเป็นแมสเซสจิ้น หรือแชตต่างๆ ดังนั้นพวกแชตอย่าง เช่น ไลน์ จึงขยายไปทำ อาทิ ไลน์แท็กซี่ ไลน์มิวสิค ไลน์ทีวี ขยายธุรกิจไปบนแพลตฟอร์มของไลน์ถัดจากแชต ต่อไปจะเคลื่อนไปเป็นการแชตกับหุ่นยนต์ (BOT/AI) กูเกิลบอกว่าโลกกำลังเคลื่อนจากมือถือหรือโมบายเฟิสต์ ไปเป็นปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเฟิสร์ การขายของอี-คอมเมิร์ซจะไล่ตามลำดับ 4C เริ่มจากกการพูดคุยหรือคอนเวอร์เซชั่น ไปสร้างเนื้อหาดึงคนหรือคอนเทนต์ ไปสร้างชุมชนหรือคอมมูนิตี้ และปิดการขายด้วยคอมเมิร์ซ
หันมองพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคมิลเลนเนียม หรือยุคดิจิทัล จะมีแอพต่างๆ ออกมาตอบสนองความต้องการมากมายมหาศาลจะทำให้เส้นแบ่งธุรกิจ เส้นแบ่งประเทศหายไป เช่น อาลีบาบา จากทำอี-คอมเมิร์ซมีฐานใหญ่ในจีน ขยายมาทำฟินเทค ปล่อยกู้ให้กับร้านค้าที่เข้ามาขาย และผู้ซื้อที่ซื้อสินค้า เพราะอาลีบาบามีข้อมูลทางการเงินของผู้ค้าและลูกค้าแต่ละราย รู้ประวัติการเงินสามาถจัด
เรตติ้งการปล่อยกู้ได้
นอกจากนั้น อาลีบาบาขยายออกไปทำฟินเทคปล่อยกู้ให้นอกออนไลน์ไปให้เงินกับร้านอาหาร ที่คนจีนเข้าไปรับประทานกันมากๆ เมื่อลูกค้าไปใช้ก็ตัดเงินไปพอเงินจะหมดก็จะโอนเงินไปเติมให้ บนข้อมูลดังกล่าว อาลีบาบาได้ขยายไปลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ ร่วมทุนกับสิงค์โพสต์ บริษัทไปรษณีย์ของประเทศสิงคโปร์ และข้ามไปซื้อลาซาดา สัญชาติเยอรมนี
จากภาพรวมทั้งจะเห็นได้ว่า บนความเปลี่ยนของเทคโนโลยีที่รวดเร็วและรุนแรง ยังมีโอกาสและหนทางให้รวยเร็วหากมีไอเดียมีนวัตกรรมเป็นคนไทย 4.0 เท่านี้ก็รอด







