"ปู" ขึ้นศาล คดียื่นฟ้อง ปธ.สอบจำนำข้าว
"ยิ่งลักษณ์"ขึ้นศาลคดีฟ้องประธานสอบจำนำข้าวผิดม.157 ระบุขอความเป็นธรรม ไม่ใช่การยื้อคดี ด้าน“จิรชัย” ยันทำคดี ด้วยความสุจริต – อิสระ
"ยิ่งลักษณ์"ขึ้นศาลคดีฟ้องประธานสอบจำนำข้าวผิดม.157 ระบุขอความเป็นธรรม ไม่ใช่การยื้อคดี ด้าน“จิรชัย” ยันทำคดี ด้วยความสุจริต – อิสระ
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 13.20 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายชัยเกษม นิติศิริ อดีตอัยการสูงสุด และคณะเดินทางมาศาล ตามที่ศาลได้เชิญมาสอบถามในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาย จิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว เป็นจำเลยในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 ต่อศาลอาญา ในคดีหมายเลขดำ อท.44/2559 เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา
จากกรณีเมื่อวันที่ 3 เม.ย.58 ที่ นายจิระชัย ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ โครงการจำนำข้าว ซึ่งจะต้องตรวจสอบ เดินเผชิญสืบคลังสินค้าที่เก็บข้าวสาร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีอยุ่จริงของปริมาณ ต้นทุนข้าวเปลือก แต่ละชนิดที่ชาวนา นำมาเข้าโครงการ รวมทั้งจำนวนข้าวที่ได้จำหน่ายและระบายไปว่ามีปริมาณเท่าใดเพื่อหักทอนทางบัญชีและตรวจดูว่าคงเหลือข้าวสารแต่ละชนิดในคลังสินค้าขององการคลังสินค้า หรือ อคส.จำนวน 1,626,395.13 ตัน และอยู่ในความครอบครองขององการตลาดเพื่อเกษตรกรหรือ อตก. จำนวน 7,984,553.17 ตัน นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องไต่สวนพยานบุคคล ตรวจสอบเดินเผชิญสืบ สถานที่เก็บข้าวสารให้ได้ความจริง โดยจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานจะต้องปฎิบัติงานตามหน้าที่และตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฏหมาย เหตุเกิดที่ แขวง เขตดุสิต กทม.
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ในคดีนี้ตนได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจิรชัย ซึ่งศาลได้เชิญมาฟังข้อมูลการพิจารณาเบื้องต้น แต่รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอฟังคำสั่งจากศาลก่อน โดยศาลยังไม่ระบุวันนัดฟังคำสั่งว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่
เมื่อถามว่า การยื่นฟ้อง นาย จิรชัย ในครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นการยื้อเวลาเพื่อให้คดีจำนำข้าวเลื่อนเวลาออกไปอีกหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถ้าใครเจอภาวะอย่างตน ก็ต้องใช้สิทธิ์ที่เรามีอยู่ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมตนก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งตนก็ต้องเคารพคำสั่งศาล
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ในภาคอีสานประชาชนในหลายจังหวัดได้ร้องเรียนเรื่องปัญหาทางเศรษฐกิจหรือไม่บ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ในภาพรวมยังไม่สามารถตอบได้ แต่เชื่อว่า ประชาชนมีปัญหาเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ
ด้านนายสมชาย กล่าวถึงการ ที่ คสช. ผ่อนปรนคำสั่งให้ นักการเมืองสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ว่า ความจริงในเรื่องบุคคลที่ต้องห้ามไปต่างประเทศ ตนคิดว่าเดิมไม่ควรที่จะห้ามอยู่แล้ว คือตามรัฐธรรมนูญก็เป็น สิทธิเสรีภาพในร่างกายในการพูดการเขียนและการเดินทางของประชาชน ที่ไม่ผิดกฎหมายทำได้อยู่แล้ว แต่พอดีช่วงนั้นเกิดปฏิวัติขึ้นก็เลยมีการล๊อคไม่ให้นักการเมืองที่มีรายชื่อเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดี แต่เราก็เพียงได้สิทธิเดิมที่เคยมีอยู่แล้ว
ถามต่อว่า อยากให้ คสช.อนุญาติให้มีการประชุมพรรคการเมืองหรือไม่ เขาตอบว่าทุกพรรคอยากให้มีการผ่อนปรน อยากให้มีการประชุมจะได้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้บ้างทั้งนี้ก็แล้วแต่ คสช.จะตัดสินใจอย่างไร
"ไม่อนุญาตก็ไม่เป็นไรไม่มีปัญหาอยู่เฉยๆก็สบายอยู่แล้ว"นายสมชาย กล่าว
ขณะที่ นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ไม่เป็นไร ตนมั่นใจตัวเองว่าได้ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นกลาง ให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ โดยมีการสอบพยานจำนวนหลายคน หลายหน่วยงาน ให้ระยะเวลาในการส่งพยานหลักฐานค่อนข้างมาก และระหว่างการทำหน้าที่ก็มีความเป็นอิสระ
"คณะกรรมการไม่ได้ถูกบังคับจากใคร นายกฯไม่เคยสั่ง มีแต่ระบุว่าให้คณะกรรมการให้ความเป็นธรรมและโอกาสกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ส่วนที่อดีตนายกฯฟ้องต่อศาลถือเป็นสิทธิ์ของท่าน สามารถทำได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดของตนเป็นเพียงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น เรื่องค่าเสียหายเป็นอำนาจของคณะกรรมการความรับผิดทางแพ่งเป็นผู้ดำเนินการ"นายจิรชัยกล่าว







