posttoday
สอบตกปราบทุจริต

สอบตกปราบทุจริต

01 มิถุนายน 2559

การปฏิรูปประเทศไทยประเด็นใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการก็คือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นที่แทรกซึมอยู่ในทุกซอกหลืบของสังคมไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มนักการเมือง ข้าราชการ ภาคธุรกิจตั้งแต่บริษัทระดับประเทศที่ออกไปสร้างความมั่งคั่งในต่างแดนไปจนถึงธุรกิจเอสเอ็มอีก็มีการทุจริตกันทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่วงการสงฆ์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจำนวนมหาศาลที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้

การปฏิรูปประเทศไทยประเด็นใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการก็คือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นที่แทรกซึมอยู่ในทุกซอกหลืบของสังคมไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มนักการเมือง ข้าราชการ ภาคธุรกิจตั้งแต่บริษัทระดับประเทศที่ออกไปสร้างความมั่งคั่งในต่างแดนไปจนถึงธุรกิจเอสเอ็มอีก็มีการทุจริตกันทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่วงการสงฆ์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจำนวนมหาศาลที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้

ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือการเข้ามาปราบปรามการทุจริตให้สิ้นซาก เพราะในด้านการบริหารประเทศนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่าท่ามกลางสถานการณ์เศรฐกิจโลกที่เป็นอยู่ในขณะนี้ไม่ว่าใครเข้ามาบริหารประเทศก็คงต้องประสบกับปัญหาไม่ต่างกัน รัฐบาลประชาธิปไตยออกจะทำให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติมากกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลประชาธิปไตยจะสามารถพลิกสถานการณ์ให้ประเทศไทยกลับมาโชติช่วงชัชวาลได้ทันตาเห็น

สิ่งที่รัฐบาลทหารหรือรัฐบาลเผด็จการมีประสิทธิภาพมากกว่ารัฐบาลประชาธิปไตยก็คือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะด้วยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่หัวหน้า คสช.มีอยู่ เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด หากท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. มีความมุ่งมั่นที่จะขจัดการทุจริตที่กัดกร่อนประเทศไทยจนเหลือแต่กระดูกให้หมดสิ้นไปภายในรัฐบาลชุดนี้ ช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา การทุจริตคอร์รัปชั่นควรจะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ช่วงแรกที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศมีการแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หรือ คตช.ขึ้นมา โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเป็นประธาน คตช.เอง สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเป็นอย่างมากว่า สถานการณ์การทุจริตระบบราชการจะหมดสิ้นไป พฤติกรรมการชักหัวคิว 30% ของนักการเมืองและข้าราชการในอดีตจะหมดสิ้นไป ภายใต้การบริหารจัดการของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถามว่าวันนี้เป็นจริงหรือไม่

ตัวอย่างเช่น โครงการขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านศึก ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีความตั้งใจดีที่ต้องการจะหารายได้เพื่อนำไปสนับสนุนองค์การทหารผ่านศึก โดยมีเงื่อนไขว่าองค์การทหารผ่านศึกต้องทำด้วยตัวเอง ห้ามไปจ้างงานต่อ แต่ก็มีเหลือบเข้าไปแสวงหาประโยชน์ด้วยการเล่นแร่แปรธาตุ ใช้วิธีเช่าเครื่องจักรพร้อมคนจากเอกชนมารับงานแทน ซึ่งก็คือการไปจ้างงานต่อนั่นเอง แต่ที่เป็นประเด็นก็คือเริ่มมีผู้รับเหมาทยอยทิ้งงาน 

เหตุผลที่ต้องทิ้งงานก็เพราะถูกแทะจนเหลือแต่กระดูกหนักหนาสาหัสกว่ายุค 30% กรณีนี้เกิดขึ้นที่ภาคอีสาน เป็นข้อมูลที่ คสช.จะต้องเร่งลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง และหาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการรับทราบข้อเท็จจริงที่ไม่มีการบิดเบือน จะต้องส่งนายทหารคนสนิทที่ไว้วางใจได้จริงลงไปตรวจสอบเท่านั้น เพราะหากมอบหมายให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไปดำเนินการเหมือนที่ผ่านๆ มา ก็คงไม่มีอะไรในกอไผ่

วันนี้ความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อ คสช.เหลืออยู่แค่เพียง พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวเท่านั้น ไม่มีคนอื่นไม่ว่าใครทั้งสิ้น เพราะสารพัดเรื่องที่มีข้อมูลเกี่ยวโยงกับเรื่องผลประโยชน์ล้วนแต่เป็นคนที่พัวพันอยู่รายรอบ คสช. ทำให้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลสอบตกเรื่องการปราบปรามการทุจริต

หาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการเห็นการปราบปรามการทุจริตที่ได้ผล 100% พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องลงมาดำเนินการด้วยตัวเอง เพราะวันนี้สถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยยังดำรงอยู่และไม่ได้ลดลงจากช่วงก่อนที่ คสช.จะเข้ามายึดอำนาจแต่อย่างใด ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าไปฟังข้อมูลจากคนรอบข้างซึ่งล้วนแต่มีข้อครหาทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท