posttoday
เป้าหมายและนดยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

เป้าหมายและนดยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

10 สิงหาคม 2553

.....สมชาย สกุลสุรรัตน์

ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินคนบ่นว่า ประเทศของเราไม่มีเป้าหมายและนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาเศรษฐกิจ เท่าที่ทราบๆ กันมักเป็นมาตรการเฉพาะกิจ ทำให้เกิดความสับสนว่าที่ทำๆ อยู่นั้นมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ หรือเพื่อหาเสียงกับมวลชนเฉพาะกลุ่ม

ผมลองประมวลเป้าหมายและนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลดูว่า ความจริงรัฐบาลมีการกำหนดเป้าหมาย และมีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย แล้วจึงทำแผนงานเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายนั้นหรือไม่

ความจริงถ้าลองประมวลข้อมูลต่างๆ ของรัฐจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น เอกสารการเบิกงบประมาณรายจ่ายประจำปี คำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ และนโยบายของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จะพบว่าสามารถที่จะเสนอเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมาให้ท่านที่ยังสงสัยว่าเศรษฐกิจของเรานั้นจะไปทิศทางใด

เป้าหมายหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเรานั้น รัฐบาลได้เคยแถลงไว้ว่า เป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยนั้น มิใช่เน้นด้านการสร้างความเจริญเติบโตอย่างเดียว แต่ให้เน้นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยเพื่อให้แข่งขันได้ในเวทีโลก และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ซึ่งประเด็นหลังนี้อาจมีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงการที่ไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ แต่จำเป็นที่รัฐจะต้องลงทุนในโครงการที่ไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ แต่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คล้ายๆ กับระบบวัดผลความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูฏานที่เคยฮิตกันพักหนึ่ง

ส่วนเป้าหมายหลักอีกประเด็นหนึ่ง คือ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในตลาดโลกนั้นเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในโลก ซึ่งนับวันจะไม่มีพรมแดนในการติดต่อค้าขายประกอบธุรกิจ หากไม่มีการเตรียมความพร้อม โดยหวังพึ่งค่าแรงงานที่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง และกำแพงภาษี หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ประเทศพัฒนาแล้วให้แก่ประเทศด้อยพัฒนา ประเทศไทยก็คงไม่พ้นสภาพความเป็นโรงงานรับจ้างผลิตสินค้าราคาถูกเพื่อให้ประเทศที่พัฒนาแล้วนำไปติดเครื่องหมายการค้าจำหน่ายในราคาสูงกว่าที่จ้างผลิตหลายเท่าตัวต่อไปอีกนานเท่านาน

เพราะฉะนั้นถ้าให้ผลประเมินความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ ถ้าเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นอย่างที่ผมเข้าใจ ก็คงต้องดูว่าเมื่อไรที่เศรษฐกิจไทยจะสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยยืนอยู่บนขาของตัวเองประการหนึ่ง กับเมื่อไรประชาชนคนไทยไพร่ฟ้าหน้าใสจะมีความสุขกันถ้วนหน้า ทั้งในกรุงและในชนบท ไม่ใช่ผลสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและจุกตัวอยู่กับคนบางกลุ่ม หรือธุรกิจบางแขนงเท่านั้น

ทีนี้มาดูว่ารัฐหรือรัฐบาลนั้นมียุทธศาสตร์ในการบริหารเศรษฐกิจอะไรบ้าง ความจริงได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ค่อนข้างชัดเจน 4 ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ได้แก่

1) ยุทธศาสตร์ในการบริหารและรักษาความยั่งยืนทางการคลัง

2) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

3) ยุทธศาสตร์การสนับสนุนความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

4) ยุทธศาสตร์การจัดการอย่างมืออาชีพ

ขออนุญาตครั้งนี้แปลไทยเป็นไทยเพื่อเพิ่มความสับสนให้กับท่านผู้อ่านตามลำดับดังนี้

1) การบริหารเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจมั่นคง ไม่ก่อหนี้สินล้นพ้นตัว บริหารเศรษฐกิจอย่างมีวินัย

2) การบริหารเศรษฐกิจเพื่อให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ไม่ทำให้เศรษฐกิจโตแบบคนหัวโต ขาลีบ

3) การบริหารเศรษฐกิจเพื่อให้สังคมยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

4) การทำให้ข้าราชการและนักการเมืองบริหารราชการงานเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ เต็มกำลังความสามารถ และโดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้ง และไม่คอร์รัปชันโกงบ้านโกงเมือง

ท่านผู้อ่านคงเห็นด้วยว่า ถ้ายุทธศาสตร์ทั้ง 4 ถูกนำไปใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ก็เชื่อขนมกินได้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเจริญเติบโตก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และคนไทยก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน แค่ไม่ถูกเรียกเบี้ยบ้ายรายทางก็ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นแล้ว เพราะสุขภาพจิตดี

รัฐได้กำหนดมาตรการในการบริหารไว้เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง (ถ้าไม่ทราบความหมาย กรุณากลับไปดูคำแปลข้างบนครับ) ไว้พอสรุปได้ดังนี้

1) กำหนดกรอบสัดส่วนยอดหนี้สาธารณะต่อรายได้ประชาชาติไว้ไม่เกิน 60% ของจีดีพี ซึ่งปัจจุบันตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 42%

2) กำหนดกรอบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อวงเงินงบประมาณรวมไว้ไม่เกิน 16% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ปัจจุบันอยู่ที่ 12.6%

3) กำหนดกรอบรายจ่ายลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 25% ของวงเงินงบประมาณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 12.6% ประเมินผลได้ว่าการก่อหนี้ของรัฐบาลยังอยู่ในกรอบที่กำหนด ยกเว้นสัดส่วนรายจ่ายลงทุนซึ่งยังต่ำกว่าสัดส่วนที่กำหนดมาก เพราะรายจ่ายประจำค่อนข้างสูงถึง 80% ของงบประมาณรวม

ส่วนการเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจนั้นได้กำหนดมาตรการในการบริหารไว้ดังนี้

1) เพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

2) การส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการระดับภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติในประเทศไทย

3) พัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพและมีความมั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแหล่งออม กู้ยืม และระดมทุนของประชาชนและธุรกิจ

4) แผนการปรับปรุงระบบภาษีอากรของประเทศ

5) แผนการร่วมมือทางการเงินกับประเทศอื่นในระดับภูมิภาค

มาตรการที่กระทบถึงประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ในยุทธศาสตร์สนับสนุนความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม มีตั้งแต่การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การช่วยค่าครองชีพของประชาชน การประกันรายได้ของเกษตรกรที่ได้ยินกันอยู่ โครงการบ้านมั่นคง สินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ

ส่วนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ก็มีมาตรการกำหนดจริยธรรมคนข้าราชการและนักการเมือง การกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานของกระทรวง ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น

สรุป คือ รัฐมีเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานพร้อมที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ ข้อสำคัญอยู่ที่ได้มีการลงมือดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่มากกว่า ซึ่งคงต้องเฝ้าดูต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท