posttoday
เนชั่นแนลทรัสต์แห่งอังกฤษ (2)

เนชั่นแนลทรัสต์แห่งอังกฤษ (2)

31 พฤษภาคม 2559

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒน

ผู้ที่มีโอกาสเดินทางไปตามชนบทของอังกฤษ จะเห็นภูมิภาพอันสวยงาม ไม่ใคร่เห็น บริเวณที่ปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้าง

ภาพเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจาก มีการเข้าไปดูแลจัดการอย่างถูกต้อง ซึ่งเนชั่นแนลทรัสต์ มีส่วนเข้าไปดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องมากว่า 1 ศตวรรษแล้ว

หลังจากเข้าดูแลบ้านพักพระในชนบทที่อัฟริสตัน ซึ่งมีอายุหลายศตวรรษ ตั้งแต่ พ.ศ. 2438 แล้ว 4 ปีต่อมา เนชั่นแนลทรัสต์ได้เข้าไปดูแลเขตสงวนทางธรรมชาติ (Nature Reserve) แห่งแรก คือ บึงวิคเคน (Wicken Fen) ที่เมืองเคมบริดจ์เชียร์

บึงดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) มีทั้งส่วนที่เป็นบึงใหญ่ (Fen) หนอง (Marsh) พื้นที่ทำไร่ (Farmland) และป่ากก (Reedbeds) แต่เดิมพื้นที่ลักษณะนี้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง แต่ปัจจุบันราวร้อยละ 99.9 ได้เปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่ทางการเกษตรแล้ว บึงวิคเคนเป็น 1 ใน 4 ของบึงลักษณะนี้ที่ยังคงเหลืออยู่

บึงวิคเคนมีสภาพเป็น “ป่าธรรมชาติ” (Natural Wilderness) แต่ความจริงไม่ใช่ทั้งป่า และธรรมชาติ เพราะมนุษย์ได้เข้าไปปรับปรุงดูแลมานานหลายศตวรรษแล้ว การดำเนินการเพื่อสงวนสภาพธรรมชาติไว้ ก็เพื่อคุ้มครองและรักษาสมดุลของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดในอาณาบริเวณเหล่านั้นไว้

ตัวอย่างเช่น ป่ากกจะมีการเก็บเกี่ยวทุกปี นำไปขาย ซึ่งผู้ซื้อจะนำไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปมุงหลังคาอาคารอย่างบ้านพักพระที่อัฟริสตัน หรืออย่างอาคารโรงละครเชกสเปียร์ที่ริมแม่น้ำเทมส์ในกรุงลอนดอนในปัจจุบัน มีบันทึกการเก็บเกี่ยวต้นกกครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. 1957 หลังจากนั้นก็มีการเก็บเกี่ยวทุกปี ทำให้ป่ากกไม่ขยายออกไปครอบครองอาณาบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ  มีผลให้พืชอื่นรวมทั้งสัตว์นานาชนิดสามารถรักษาสมดุลไว้ได้

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การนำม้าโพนี (Pony) ซึ่งเป็นม้าขนาดเล็ก และวัวควายเข้าไปปล่อยไว้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดป่าละเมาะขึ้นมาใหม่ เพราะม้าและวัวควายจะคอยเล็มหญ้าและต้นไม้เล็กๆ มิให้เติบโตเป็นป่าละเมาะ

บึงวิคเคนที่มีสภาพในปัจจุบัน จึงเป็นผลจากการที่มนุษย์เข้าไปจัดการดูแลรักษา ซึ่งรวมทั้งการสร้างทางเดิน และแผ่นปูทางเดิน ทำด้วยคอนกรีตหรือไม้ หรือพลาสติกรีไซเคิล ให้ผู้คนเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาธรรมชาติ

สิ่งก่อสร้างเด่นที่ยังรักษาไว้คือกังหันลมทำด้วยไม้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2455 เพื่อทำหน้าที่เป็นปั๊มน้ำในฟาร์ม เนชั่นแนลทรัสต์ได้ทำการย้ายกังหันลมแห่งนี้เมื่อ พ.ศ. 2499 ไปทำหน้าที่ปั๊มน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำในบริเวณใหม่ให้คงระดับสูงตามที่ต้องการ ปัจจุบันปั๊มน้ำประเภทนี้หาดูได้ยากแล้ว เพราะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรไอน้ำ และต่อมาด้วยเครื่องยนต์ดีเซล บริเวณใกล้ๆ มีพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีการบอกเล่าเรื่องราวของกังหันลม และอื่นๆ

บึงแห่งนี้มีนักธรรมชาติวิทยาและนักวิทยา ศาสตร์เข้าไปเก็บพืชสัตว์ต่างๆ มาศึกษา ซากพืชสัตว์เหล่านี้จำนวนหนึ่งยังคงเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ สถาบันการศึกษา คือ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งอยู่ใกล้บึงแห่งนี้ มีนักวิทยาศาสตร์เข้าไปศึกษาธรรมชาติในบึงอย่างต่อเนื่องมานานนับศตวรรษ ที่มีชื่อเสียง คือ เซอร์อาร์เทอร์ ทานสเลย์ (Sir Arther Tansley) และเซอร์แฮร์รี กอดวิน (Sir Harry Godwin) สองนักพฤกษศาสตร์ผู้ได้รับฉายาว่าบิดาแห่งนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์สมัยใหม่ ได้ทำการศึกษาทดลองในลักษณะงานบุกเบิกไว้มากมาย โครงการ “กอดวินพล็อตส์” (Godwin Plots) ยังคงดำเนินอยู่ในบริเวณบึงแห่งนี้สืบมาจนปัจจุบัน รายงานทางวิชาการทรงคุณค่านับร้อยชิ้นตีพิมพ์เผยแพร่จากการศึกษาต่อเนื่องในอาณาบริเวณเหล่านี้

เช่นเดียวกับบ้านพักพระที่อัฟริสตัน ซึ่งเป็นทรัพย์สินชิ้นแรกที่เนชั่นแนลทรัสต์เข้าไปซื้อมาบูรณะและดูแลรักษา ผืนดินผืนแรกของบึงวิคเคน เนชั่นแนลทรัสต์ซื้อมาในราคา 10 ปอนด์เท่ากัน เป็นเนื้อที่ 2 เอเคอร์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2432  ปัจจุบันเนื้อที่ขยายออกไปเป็น 56 ตารางกิโลเมตร หรือราว 1.4 หมื่นเอเคอร์ โดยในปี 2532 ซึ่งครบรอบร้อยปีของการซื้อที่ดินบึงวิคเคนผืนแรก มีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่จะขยายอาณาบริเวณของบึงออกไป สองปีต่อมามีการซื้อฟาร์มเพิ่ม 412.5 เอเคอร์ และซื้อเพิ่มมาเรื่อยๆ  จนเกิดกระแสต่อต้านขึ้นจากประชาชนส่วนหนึ่ง ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1) เกรงว่าเนื้อที่การเกษตรจะหดลงไปเรื่อยๆ   2) การเข้าไปของนักท่องเที่ยวและนักวิชาการ จะทำให้การจราจรในท้องที่แออัดขึ้น  3) ยุงจะชุมขึ้น  ขณะเดียวกันก็มีกระแสสนับสนุน โดยทั้งสองฝ่ายต่างยื่นข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี กระแสขัดแย้งยุติลงในปี 2553 เมื่อมีการทำประชามติ เสียงสนับสนุนวิสัยทัศน์ของผู้บริหารบึงวิคเคนชนะ 2 ต่อ 1

ผลของการขยายพื้นที่บึงวิคเคน ทำให้ประชากรสัตว์หลายชนิดเพิ่มขึ้น เช่น นกกระจาบฝน (Skylark) นกกระทา (Grey Patridge) นกปากส้อม (Snipe) นกฮูก นกเหยี่ยว ไก่ และ กระต่ายป่า พากันกลับเข้ามา   นกกระยางเริ่มกลับมาผสมพันธุ์และวางไข่ตั้งแต่ปี 2555 หลังจากหยุดไปราว 7 ทศวรรษก่อนหน้านั้น

บึงวิคเคนเป็นที่สนใจของนักธรรมชาติวิทยามาตั้งแต่ต้น เพราะพบว่าสิ่งมีชีวิตนานาชนิดมากมายบางชนิดเป็นประเภทหายาก และด้วยการดูแลรักษาและอนุรักษ์อย่างถูกต้องของเนชั่นแนลทรัสต์ ทำให้พบสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในปี 2531 พบสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ถึงกว่า 20 ชนิด และในปี 2548 พบเพิ่มขึ้นอีก 10 ชนิด ปัจจุบันมีสัตว์และพืชอยู่ในอาณาบริเวณกว่า 8,500 ชนิด ในจำนวนนี้มี 125 ชนิด อยู่ในบัญชีใกล้สูญพันธุ์

เพื่อให้ประชาชนสามารถไปเยี่ยมชมและทัศนศึกษาได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น เนชั่นแนลทรัสต์ร่วมกับหน่วยงานราชการในท้องที่ มีการสร้างถนนและสะพานเพิ่มขึ้น ภายในบริเวณมีการสร้างเส้นทางเดินเท้า ทางจักรยาน และเส้นทางขี่ม้าเพิ่มขึ้น

บึงแห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมเหมือนสถานที่แห่งอื่นๆ ของเนชั่นแนลทรัสต์ คือเปิดทุกวันยกเว้นวันคริสต์มาสวันเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท