
หวังอันดับทำธุรกิจดีขึ้น
หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯ ซึ่งกำหนดให้บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสามารถจดทะเบียนตั้งบริษัทได้ แต่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งนิติบุคคลคนเดียว พ.ศ. ... เพื่อสนับสนุนให้การจดทะเบียนตั้งธุรกิจในประเทศไทย และจะทำให้อันดับความยาก-ง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) ที่จัดอันดับโดยธนาคารโลกดีขึ้น
หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯ ซึ่งกำหนดให้บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสามารถจดทะเบียนตั้งบริษัทได้ แต่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งนิติบุคคลคนเดียว พ.ศ. ... เพื่อสนับสนุนให้การจดทะเบียนตั้งธุรกิจในประเทศไทย และจะทำให้อันดับความยาก-ง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) ที่จัดอันดับโดยธนาคารโลกดีขึ้น
“ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งฯ จะทำให้การทำธุรกิจในประเทศไทยง่ายขึ้น คือ บุคคล 2 คนสามารถก่อตั้งบริษัทได้ และยังปรับปรุงเรื่องการควบรวมบริษัท คือ เดิมเมื่อบริษัท A ควบรวมกับบริษัท B จะต้องเป็นบริษัท C หรือเป็นบริษัทใหม่เท่านั้น แต่ร่างกฎหมายใหม่จะเป็น บริษัท A บริษัท B หรือบริษัท C ก็ได้ และการแจ้งการควบรวมให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ จากเดิมที่ต้องแจ้งเป็นกระดาษเท่านั้น รวมทั้งเรื่องตราประทับบริษัท ร่างกฎหมายเขียนไว้ชัดว่าจะมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งตรงนี้จะลดเวลาในการจดตั้งบริษัทได้ 4 วัน แต่ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งนิติบุคคลคนเดียว จะช่วยให้การจดตั้งบริษัทง่ายขึ้น และลดต้นทุนให้ผู้เริ่มธุรกิจ (สตาร์ทอัพ)” ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุ
ผ่องพรรณ อธิบายว่า รูปแบบการยกร่างกฎหมายจัดตั้งนิติบุคคลคนเดียว จะเหมือนกับ พ.ร.บ.มหาชนจำกัด คือ แยกออกมาเป็นกฎหมายเฉพาะ โดยมี 60 มาตราและเขียนทุกอย่างไว้ในนั้น หรือ All in one คือ การกำหนดให้บุคคลคนเดียวจดทะเบียนตั้งบริษัทได้ งบการเงินที่ส่งไม่ต้องสอบทานบัญชี กำหนดโทษการไม่ส่งงบการเงิน โทษการทำบัญชีเท็จ และบทในการป้องกันนอมินี เป็นต้น และปัจจุบันกฎหมายลักษณะที่ให้คนคนเดียวจดทะเบียนตั้งบริษัทได้ มีทั้งในสิงคโปร์ ลาว เวียดนาม อินเดีย และที่กำลังทำคือมาเลเซีย ขณะที่บริษัทในไทย 80-90% มีเจ้าของหรือถือหุ้นคนเดียวทั้งนั้น แต่ต้องหาคนอีก 2 คน มาถือคนละ 1%
“งบที่ส่งไม่ต้องสอบทานบัญชี เพราะหลักการสอบทานบัญชี คือ คนที่ออดิตจะเป็นผู้พิทักษ์ผู้ถือหุ้น แต่เมื่อคนคนเดียวกันเป็นทั้งเจ้าของและผู้ถือหุ้น ถ้าไปตรวจบัญชีอีกมันก็จะเป็นต้นทุน และวันนี้กรมได้ประกาศยกเลิกการสอบทานบัญชีงบดุลของห้างหุ้นส่วนฯ ที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ไปแล้ว” ผ่องพรรณ ระบุ
ผ่องพรรณ กล่าวว่า กรมยังจะผลักดันให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.มหาชนจำกัด ฉบับที่ปรับปรุงล่าสุดให้มีผลบังคับใช้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดในการจัดอันดับความยาก-ง่ายการทำธุรกิจของธนาคารโลก คือ การคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้มีหลายเรื่อง เช่น สิทธิในการเรียกร้องให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นจะลดลงเหลือ 10% จากเดิมที่ต้องไม่ต่ำกว่า 20% เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยมีสิทธิมีเสียง
“เราจะให้คนเล็กคนน้อยมีสิทธิยกมือได้บ้าง เช่น ถ้าผู้ถือหุ้นรายย่อยสงสัยว่า การทำงานของฝ่ายจัดการสุจริตหรือไม่สุจริต และอยากตรวจสอบว่าถูกต้องโปร่งใสหรือไม่ รวมเสียงแค่ 10% ก็เรียกประชุมได้”
ร่างกฎหมายยังให้กรรมการบริษัท 2 คนเสนอเรื่องให้เรียกประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ จากเดิมที่ให้สิทธิเฉพาะประธานเป็นคนเรียกเท่านั้น เพราะบางกรณีประธานกับกรรมการส่วนใหญ่เกิดขัดแย้งกัน ประธานก็จะไม่เรียกประชุม หรือประธานเสียชีวิตก็ไม่มีใครเรียกประชุม นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังปรับปรุงแก้ไขกรณีการถือหุ้นไขว้ คือ บริษัทลูกจะเข้าถือหุ้นในบริษัทแม่ได้ไม่เกิน 50% เป็นต้น







