
แนะรัฐใช้เงิน ในภาคบริการ พยุงเศรษฐกิจ
แบงก์ห่วงไร้ปัจจัยบวกเศรษฐกิจ แนะรัฐลงงบในธุรกิจที่ยังไปได้ เห็นผลดีกว่าใช้เงินสะเปะสะปะ
แบงก์ห่วงไร้ปัจจัยบวกเศรษฐกิจ แนะรัฐลงงบในธุรกิจที่ยังไปได้ เห็นผลดีกว่าใช้เงินสะเปะสะปะ
น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีภาระหนี้สาธารณะเพียง 48% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่ำกว่ากรอบการคลังที่กำหนดไว้ 60% ทำให้เหลือเงินที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ 12% จึงควรใส่เงินเข้าไปในภาคเศรษฐกิจที่ยังไปได้ เช่น ภาคบริการ ทั้งการท่องเที่ยว ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี การเป็นศูนย์กลางการค้าและคมนาคมในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี
ทั้งนี้ รัฐบาลควรใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจให้มากที่สุด เพื่อชดเชยส่วนที่หายไปจากการลงทุนภาคการผลิตที่หดตัวตามการค้าโลก ทำให้การส่งออกไทยติดลบต่อเนื่อง
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 3.2% เป็นผลจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีกว่า 4 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 6,000 ล้านบาท และคาดว่าไตรมาส 2 จะเบิกจ่ายได้อีก 3,000 ล้านบาท







