
มั่นใจ "ไข้ซิกา" ไม่แพร่ระบาด
รองนายกฯมั่นใจโรคติดเชื้อไวรัสซิกาไม่แพร่ระบาด เผยพบผู้ติดเชื้อเพียง 1-2 คน เตรียมอบรมนักกีฬาโอลิมปิกเข้มระวังไข้ซิการะหว่างแข่งที่บราซิล
รองนายกฯมั่นใจโรคติดเชื้อไวรัสซิกาไม่แพร่ระบาด เผยพบผู้ติดเชื้อเพียง 1-2 คน เตรียมอบรมนักกีฬาโอลิมปิกเข้มระวังไข้ซิการะหว่างแข่งที่บราซิล
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการควบคุมโรคไวรัสซิกาใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดบึงกาฬ อย่างไรก็ตาม พบผู้ติดเชื้อเพียง 1-2 คน และขณะนี้ควบคุมการแพร่ระบาดโรคได้แล้ว โดยหากอีก 28 วัน ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ก็สามารถประกาศเป็นพื้นที่ปลอดโรคได้
ส่วนนักกีฬาที่จะร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในเดือนสิงหาคมนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะให้ความรู้ในการป้องกันตัวเองตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยจะหารือกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยอีกครั้ง
นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับนักกีฬาที่จะเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิก จะต้องตรวจร่างกายก่อนเดินทาง นอกจากนี้ เมื่ออยู่ที่ประเทศบราซิลจะต้องดูแลตัวเอง เช่น ทายากันยุง หรือดำเนินการด้วยวิธีต่างๆ เพื่อไม่ให้ยุงกัด โดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬาหญิงจะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ หลังกลับมายังประเทศไทย ก็ต้องตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในประเทศไทย มีการเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาการติดเชื้อไวรัสซิกาได้เองแล้ว โดยการระบาดขณะนี้ยังควบคุมได้ และขณะนี้มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาใน 9 จังหวัด แต่สามารถควบคุมได้แล้ว 7 จังหวัดคือ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย กรุงเทพมหานคร จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดกาญจนบุรี ส่วน2จังหวัดที่อยู่ระหว่างการควบคุมคือ จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดบึงกาฬ
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่นั้น ได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการดำเนินงานด้านสุขภาพหนึ่งเดียวเพื่อความมั่นคงของประเทศ พ.ศ.2560 – 2564 โดยเป็นแนวคิดปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสหสาขาวิชาชีพด้านสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม โดยมอบให้ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และ สภากาชาดไทย ร่วมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การสนับสนุนด้านนโยบาย เรื่องการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ยา วัคซีน ชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์การป้องกันควบคุมโรค เพื่อแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมแบบครบวงจร และ3.กรอบแนวทางการสื่อสารและประชาสัมพันธ์โรคติดต่ออุบัติใหม่ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ใช้เป็นแนวทางในการประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงโรคติดต่ออุบัติใหม่แก่ประชาชนได้อย่างทันเหตุการณ์
ภาพ...เอเอฟพี







