
คัดเอสเอ็มอีเข้าฟื้นฟู
กฎหมายฟื้นฟูกิจการเอสเอ็มอีคลอดแล้ว กรมบังคับคดีจับมือเอสเอ็มอีแบงก์-สสว. ร่อนตะแกรงอุ้มเอสเอ็มอีซบกองทุนพลิกฟื้น
กฎหมายฟื้นฟูกิจการเอสเอ็มอีคลอดแล้ว กรมบังคับคดีจับมือเอสเอ็มอีแบงก์-สสว. ร่อนตะแกรงอุ้มเอสเอ็มอีซบกองทุนพลิกฟื้น
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 9) เรื่องการฟื้นฟูกิจการธุรกิจ (เอสเอ็มอี) มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2559 ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หรือจดทะเบียนกับหน่วยงานอื่นของรัฐ หากไม่สามารถชำระหนี้จากการประกอบกิจการได้ สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย
สำหรับมูลหนี้ที่จะยื่นขอฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลางได้ หากเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีหนี้ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ มีหนี้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท บริษัทจำกัดมีหนี้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 10 ล้านบาท หากสมควรที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู สถาบันการเงินก็ปล่อยเงินกู้เพื่อประกอบธุรกิจต่อไปได้ โดยไม่ถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย
“การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูจะทำให้ลูกหนี้ได้หยุดพักการชำระหนี้ และเจ้าหนี้รายอื่นๆ ไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ขณะที่เจ้าหนี้ใหม่หรือสถาบันการเงินจะให้กู้เพื่อเสริมสภาพคล่องหรือทำให้ธุรกิจเดินต่อได้” น.ส.รื่นวดี กล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็ม อีแบงก์) อยู่ระหว่างการคัดลูกค้าที่มีปัญหาเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ สสว. จัดตั้งกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี วงเงิน 1,000 ล้านบาท โดย สสว.ได้จัดทำหนังสือถึงธนาคารรัฐ 7-8 แห่ง ให้ส่งรายชื่อลูกค้าเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาทางธุรกิจเข้ามา เบื้องต้นธนาคารได้ส่งรายชื่อมาแล้วประมาณ 4,000 รายชื่อ เป็นเอสเอ็มอีที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท







