posttoday
เกิดอะไรขึ้นกับแท่นพิมพ์ที่ ร.4 ถวายพระลังกาเมื่อ 155 ปี (จบ)

เกิดอะไรขึ้นกับแท่นพิมพ์ที่ ร.4 ถวายพระลังกาเมื่อ 155 ปี (จบ)

29 พฤษภาคม 2559

ทราบกันดีว่า นอกจากเรื่องพระพุทธศาสนาและพระธรรมวินัยที่ทรงมีพระปรีชาญาณแล้ว

โดย...ฐากูร พานิช

เครื่องพิมพ์กับพระภิกษุลังกา

ทราบกันดีว่า นอกจากเรื่องพระพุทธศาสนาและพระธรรมวินัยที่ทรงมีพระปรีชาญาณแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงสนพระทัยในวิทยาการตะวันตกทั้งหลาย รวมทั้งด้านการพิมพ์มาก ในขณะที่ยังครองสมณเพศประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้โปรดให้ตั้งโรงพิมพ์หลวงหรือโรงพิมพ์อักษรพิมพการขึ้นที่นั่น โรงพิมพ์สำคัญๆ ในขณะนั้นมีเพียง 2-3 แห่ง รวมทั้งโรงพิมพ์หมอบรัดเลย์ และโรงพิมพ์หมอสมิธ  ร.4 ทรงเห็นประโยชน์และความสำคัญอันใหญ่หลวงของสื่อสิ่งพิมพ์และทรงสั่งเครื่องพิมพ์ที่ทันสมัยจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาเข้ามาใช้

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระภิกษุลังกาเดินทางเข้ามากรุงเทพมหานครเป็นระยะๆ ถึงปี พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดส่งสมณทูตไทยไปลังกาเพื่อนมัสการเจดียสถานและสืบสานศาสนวงศ์ในลังกาว่าเป็นเช่นไร ช่วงนั้นอังกฤษเริ่มเข้าปกครองลังกา จึงต้องการเอาใจคนท้องถิ่นไม่เบียดเบียนพระพุทธศาสนา และได้อำนวยความสะดวกแก่คณะสมณทูตไทยเป็นอย่างดี

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้มีพระลังกา 5 รูป เดินทางมานมัสการเจดียสถานในไทย ร.3 ทรงโปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ พระวชิรญาณเถระ (ต่อมาทรงครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 4)  ซึ่งกำลังผนวชอยู่ในขณะนั้นรับไว้ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ ร.3 โปรดให้ส่งสมณทูตไปลังการวม 2 ครั้ง สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎทรงเป็นผู้จัดเลือกพระสงฆ์และทรงมีสมณสาสน์ถึงพระสงฆ์ของลังกาด้วย และเมื่อสมณทูตไทยชุดที่ 2 กลับมาถึงกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2387 มีพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ลังกาติดตามมาด้วยถึง 40 กว่าคน  ซึ่งทรงจัดให้พำนักที่วัดบวรนิเวศวิหาร และมีการแลกเปลี่ยนสมณสาสน์กันหลายฉบับ ทำให้สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎทรงคุ้นเคยกับพระภิกษุลังกาหลายรูปและทรงทราบเรื่องราวความเป็นไปในลังกา โดยเฉพาะในด้านพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี

เมื่อ ร.4 ทรงครองราชย์แล้ว ยังทรงมีพระราชหัตถเลขาโต้ตอบกับพระศรีสุมนติสสะ เจ้าอาวาสวัดศรีปรมนันทะที่เมืองกอลล์ทางตอนใต้ของศรีลังกา สำเนาส่วนหนึ่งของพระราชหัตเลขาที่นำมาแสดงในที่นี้ มาจากฉบับลงวันที่ 17 พ.ย. ปี ค.ศ. 1851 (พ.ศ. 2394) เพียง 6 เดือนกว่าหลังจากขึ้นครองราชย์ โดยทรงใช้ “กระดาษฝรั่ง” เขียน

ร.4 ทรงทราบดีจากสมณสาสน์ฝ่ายศรีลังกาว่า อังกฤษเข้มงวดตรวจตราข้อความและสิ่งของที่พระลังกาติดต่อกับฝ่ายไทย และที่ฝ่ายไทยติดต่อกับพระลังกา ดังนั้นในบางครั้งหากทรงเห็นว่าไม่ควรให้เรื่องแพร่งพรายเกินความจำเป็นจะทรงกำชับให้ทำเป็นหนังสือลับ ดังเห็นได้จากจดหมายเหตุ ร.4 จ.ศ. 1214 พ.ศ. 2395 เล่ม 1 (หน้า 16) เรื่อง  พระราชโองการ ว่าด้วยเรื่องพระอโนมมุนีไปลังกา ตอนหนึ่งว่า

“... 3 ฉบับนี้ ถึงท่าน 2 องค์ ซึ่งเป็นเจ้าคุณปรปวงษ... อีกฉบับหนึ่ง

ตีตรามหา... ถึงใครไม่เฉพาะ  ความเหมือนฉบับที่ 3 แต่อย่าใส่ชื่อ

มหาสุมนธิรานันทสิริสุมนอะไรเลย ให้ว่าแต่ถึงคนควรจะรู้ ที่จะ

ไถ่ถามถึงพวกสิงหลที่เข้าที่นี้ ......... (ต่อด้วยภาษามคธ 4  บรรทัด)

อีกฉบับหนึ่งทำเป็นหนังสือลับแต่เถรานุเถร ถึงท่านสิริสุมนติศ

วัดปรมานันทวิหาร (จำให้อย่าลืมอย่าหลงใหล) ว่าท่านสิริสุมน

ได้ขอแก่พระเจ้าแผ่นดิน และพระเถรานุเถระธรรมยุติกามานานแล้ว...”

เมื่ออังกฤษครอบครองศรีลังกาใหม่ๆ อังกฤษไม่มีนโยบายกีดกันพระพุทธศาสนา แต่ต่อมาบรรดาพวกมิชชันนารีดำเนินการนานาประการให้คนศรีลังกาหันไปนับถือคริสต์ศาสนา และกดดันให้ทางการอังกฤษออกกฎเกณฑ์ที่เป็นประโยชน์แก่กิจกรรมของตน คนศรีลังกาได้แปลงศาสนาเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นโดยความศรัทธาหรือเพื่อผลประโยชน์ เพราะทางการอังกฤษจะให้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีรวมทั้งตำแหน่งเกียรติยศให้แก่ผู้ที่นับถือคริสต์ศาสนา คณะสงฆ์และชาวพุทธโดยทั่วไปรู้สึกเดือดร้อนมากและพยายามต่อต้าน แต่ฝ่ายมิชชันนารีได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งคือ มีเครื่องพิมพ์ภาษาสิงหลและใช้พิมพ์เอกสารใบปลิวประกาศเพื่อเผยแผ่คริสต์ศาสนา คณะเวสเลียนมิชชันนารีมีเครื่องพิมพ์ที่โคลัมโบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2358 ส่วนคณะเชิร์ชมิชชันนารีโซไซตีมีโรงพิมพ์ของตนเองที่โกฏเฏตั้งแต่ปี พ.ศ. 2366 และคณะแบบทิสต์ตั้งโรงพิมพ์ที่เมืองแคนดีใน พ.ศ. 2384 โรงพิมพ์เหล่านี้ พิมพ์เอกสารโจมตีพระพุทธศาสนาและพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลเป็นภาษาสิงหลและภาษาทมิฬ แต่ฝ่ายพระพุทธศาสนาในลังกาในขณะนั้นไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตนเลย

ร.4 ทรงสั่งซื้อเครื่องพิมพ์จากอังกฤษด้วยวิธีใด เพื่อส่งให้กับพระภิกษุลังกา  ยังเป็นเพียงการสันนิษฐาน ซึ่งคงจะทรงสั่งซื้อผ่านทางตัวแทนหรือเอเยนต์ของพระองค์ที่เมืองสิงคโปร์ นับตั้งแต่พระองค์ทรงผนวชอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงมีเอเยนต์จีนสำหรับติดต่อซื้อสิ่งของ ชื่อ “ตัน ต๊อก เสง เอสไคว์ หรือกงสี” และทรงมีเอเยนต์อังกฤษชื่อ “เมสเยอร์ส แฮมิลตัน แลเกร แลกัมปนี สิงคโปร์” ดังที่ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึง นายยี. ดับลยู. เอ็ดดี หรือมิสเตอร์ และมิซิส เอ็ดดี แห่งนิวยอร์ก ยูไนเตดสเตต ลงวันที่ 18 พ.ย. 2392 (ค.ศ. 1849) ทรงสั่งซื้อเครื่องพิมพ์หิน และทรงขอให้ส่งผ่านเอเยนต์ของพระองค์ชื่อ “ตันต๊อกเสง”

ขอขยายความตรงนี้ว่า ตัน ต๊อก เสง เป็นชื่อบิดาของนายตัน กิม เจ๋ง หรือ หลวงพิเทศพานิช ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดและไว้วางพระราชหฤทัยมาก หลังทรงครองราชย์แล้ว ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์เลื่อนสูงขึ้นตามลำดับ  และทรงตั้งให้ดำรงตำแหน่งกงสุลสยาม ณ เมืองสิงคโปร์ คอยดูแลรักษาผลประโยชน์ของไทย ร.4 และต่อมา ร.5 ทรงพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระพิเทศพานิชสยามพิชิตภักดี แล้วเลื่อนเป็นพระยาอัษฎงคตทิศรักษาสยามประชานุกูลกิจ และท้ายสุดเป็นพระยาอนุกูลสยามกิจ อุปนิกษิตสยามรัฐ ตำแหน่งกุงสุลใหญ่ไทย ณ สิงคโปร์ (ดูรายละเอียดได้จากหนังสือ “ชีวิตและงานกงสุลไทยของพระยาอนุกูลสยามกิจ อุปนิกษิตสยามรัฐ (ตันกิมเจ๋ง) กงสุลเยเนอราลไทยคนแรก ณ เมืองสิงคโปร์” โดยณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม ราชบัณฑิตในประเภทประวัติศาสตร์ พิมพ์จำหน่ายเนื่องในมหามงคลสมัยคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปี ที่จะถึงในวันที่ 21 เม.ย. 2525 ส่วนการสะกดชื่อเฉพาะต่างๆ ในย่อหน้านี้ และย่อหน้าข้างต้น เป็นไปตามที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้)

นับได้ว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2404 หรือ 2405 เป็นต้นมา คณะสงฆ์และชาวพุทธศรีลังกามีเครื่องพิมพ์ภาษาสิงหลที่ทันสมัยเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาและต่อต้านการโจมตีพระพุทธศาสนาของบรรดาเหล่ามิชชันนารีในศรีลังกาได้ ทั้งนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานพระราชทรัพย์สั่งเครื่องพิมพ์จากประเทศอังกฤษส่งไปให้นั่นเอง

สภาพในปัจจุบัน

ในช่วงปี พ.ศ. 2541-2543 ที่ยังประจำการที่กรุงโคลัมโบ ผู้เขียนไปเยี่ยมวัดรันเวลลาบูรณวิหารหลายครั้ง เครื่องพิมพ์มีอยู่ 2 แท่น แท่นเล็กยังใช้การได้ดีพอสมควรอยู่ ซึ่งเจ้าอาวาสได้ให้ลูกศิษย์มาทดลองพิมพ์ให้ดู แต่แท่นใหญ่หยุดใช้การมานานแล้ว และทราบว่าตัวพยัญชนะอักษรยังมีอยู่เกือบสมบูรณ์ เมื่อเกิดกรณีธรณีพิบัติภัยสึนามิปี พ.ศ. 2547 บริเวณเมืองกอลล์ของศรีลังกาเสียหายหนัก แต่โชคดีที่วัดรันเวลลาบูรณวิหารไม่ได้รับความเสียหายเพราะอยู่บนเนินเขาห่างจากชายทะเล

เครื่องพิมพ์รอดปลอดภัยจากมหาอุทกภัยสึนามิ แต่เพียง 8 ปีหลังจากนั้นอัคคีภัยเกิดขึ้นจนทำให้เครื่องพิมพ์เสียหายอย่างหนัก อาคารกุฏิเจ้าอาวาสที่เก็บรักษาเครื่องพิมพ์ถูกไฟไหม้ทั้งหลังในคืน
วันที่ 19 พ.ย. 2555 ขณะนั้นท่านเจ้าอาวาสไปมีศาสนกิจที่วัดอื่น ต้นเพลิงเกิดจากห้องของท่านซึ่งล็อกกุญแจอยู่ เมื่อพังประตูเข้าไปได้นั้นเพลิงไหม้เกินกว่าจะควบคุมได้แล้ว ส่งผลให้กุฏิถูกทำลายทั้งหลัง เครื่องพิมพ์และแท่นพิมพ์ใหญ่แม้เป็นเหล็กยังตกอยู่ในสภาพหงิกงอเสียหายหนัก ส่วนแท่นพิมพ์เล็กและตัวพยัญชนะอักษรเสียหายทั้งหมด เป็นที่น่าสลดใจยิ่งนัก

สื่อมวลชนศรีลังการายงานข่าวอัคคีภัยนี้อย่างกว้างขวาง และเรียกร้องให้ทางการศรีลังกาที่เกี่ยวข้องหาทางบูรณะซ่อมแซมเครื่องพิมพ์ดังกล่าว เพราะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของศรีลังกาทั้งในด้านพุทธศาสนา วารสารศาสตร์และโบราณคดี แต่หลังจากนั้นเรื่องเงียบหายไป 4 ปีผ่านไปแล้ว “ซาก” ของเครื่องพิมพ์ยังคงกองอยู่ข้างบันไดของกุฏิที่ซ่อมแซมใหม่แล้ว

จริงอยู่ “ซาก” นี้สอนเราได้อย่างน้อยในเรื่องของความเป็นอนิจจังไม่แท้เที่ยงของคน สัตว์ สิ่งของ ที่เมื่อมีอยู่ในวันนี้ได้ ก็จะสูญสลายในวันหน้าได้ ทว่าเราควรทำหรือมีส่วนช่วยทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่

ท่านผู้อ่านและองค์กรใดของไทยที่สามารถจะช่วยวัดรันเวลลาบูรณวิหารและทางการศรีลังกาในด้านทุนทรัพย์หรือแม้แต่คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการซ่อมแซมฟื้นฟูให้เครื่องพิมพ์นี้คืนสภาพใกล้เคียงกับก่อนถูกไฟไหม้ได้ จะเป็นคุณูปการยิ่งเพื่อยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาของไทยกับศรีลังกา ที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระจอมเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงมีต่อพระพุทธศาสนาและพระภิกษุลังกาต่อไปให้อนุชนรุ่นหลังของทั้งสองประเทศได้ทราบตราบนานเท่านาน

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69