
ทำไมพระพุทธศาสนา และโลกสมัยใหม่จำเป็นต้องก้าวไปด้วยกัน
โดย...เอกภพ สิทธิวรรณธนะ เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
โดย...เอกภพ สิทธิวรรณธนะ เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
บ่ายกลางสัปดาห์ ผมนั่งอยู่ในร้านหนังสือร่วมกับคนกว่าสามสิบ หันหน้าฟังเสวนาจาก เดวิด อาร์ ลอย ชาวตะวันตกที่หันมานับถือพุทธนิกายเซน เขาเป็นนักวิชาการด้านศาสนาและปรัชญา ผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าคราม เคราสีขาวเลาแซมสลับกัน
หัวข้อเสวนา “ทำไมพระพุทธศาสนาและโลกสมัยใหม่จำเป็นต้องก้าวไปด้วยกัน”
เดวิด ลอย อธิบายว่า โลกสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย ถูกวางรากฐานสังคมจากความคิดทางศาสนาแบบอับบราฮัมมิก (Abrahamic - แนวคิดร่วมของศาสนายิว คริสต์ อิสลาม) ซึ่งมองโลกแบบแบ่งขั้ว หรือทวิลักษณ์ เช่น พระเจ้า-ซาตาน ความดี-ความชั่ว ขาว-ดำ สูง-ต่ำ ธรรมะ-อธรรม
ขั้วทั้งสองขัดแย้ง และต่อสู้กันเสมอ หากก็อ้างอิงซึ่งกันและกัน
เราไม่มีทางรู้จักแสงสว่างได้หากไม่เคยเห็นความมืด
ไม่มีทางเข้าใจความดีงาม หากไม่เคยประสบสัมผัสความชั่วร้าย
วิธีคิดแบบทวิลักษณ์เช่นนี้เข้าใจง่าย แต่บางครั้งก็มีปัญหา เช่น การทำดีโดยการกำจัดความชั่วร้าย กลับเป็นความชั่วร้ายเสียเอง เป็นความจริงที่สงครามหลายครั้งเกิดจากความปรารถนาดี ความศรัทธาในพระเจ้า
อย่างไรก็ตาม วิธีการมองโลกเช่นนี้ ก็ได้สร้างวัฒนธรรมการต่อสู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น เช่น การเรียกร้องความยุติธรรม ความเท่าเทียมทางชนชั้น เรียกร้องสิทธิแรงงาน สิทธิของชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพทางเพศ ฯลฯ
ถึงแม้วัฒนธรรมตะวันตกจะต่อสู้เพื่อสังคมที่ดีกว่า แต่ปัญหาบางอย่างกลับดำรงอยู่หรือแม้แต่แย่ลง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความไม่เป็นธรรมทางสังคมที่มีมากขึ้น ปัญหาของคนสมัยใหม่ที่ทุกข์ง่าย สุขยาก รู้สึกว่าชีวิตยังขาดพร่อง ทั้งๆ ที่ชีวิตภาพรวมก็ดูสุขสบายดี เดวิด ลอย เสนอว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะสมัยใหม่ยังขาดการเรียนรู้มิติภายใน
ตรงข้ามกับโลกสมัยใหม่ พระพุทธศาสนามิได้มองโลกแบบทวิลักษณ์ แต่เสนอว่า เหนือความดีความชั่วยังมีความว่าง พระพุทธศาสนายังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงภายนอกน้อยกว่าการเปลี่ยนแปลงภายใน มุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติเพื่อการทำความเข้าใจความทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์และวิธีการสู่การดับทุกข์ หรือที่เรียกว่า อริยสัจ
ผู้ที่ฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ย่อมได้รับอานิสงส์ที่เกิดขึ้นแก่ตน เข้าใจชีวิตและความเป็นไปของสรรพสิ่ง สามารถละวางตัวตน สู่ความสงบสุขอย่างยิ่ง แต่ชาวพุทธก็มักพึงพอใจเพียงการเปลี่ยนแปลงภายใน แต่ไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงสังคม
พระสงฆ์เมียนมาอาจมีเมตตากรุณา มีปัญญาอย่างยิ่ง แต่เดวิด ลอย ไม่เชื่อว่า พระรูปนั้นจะมีความสุขมากนัก เมื่อเพื่อนร่วมสังคมยังประสบความยากลำบาก แร้นแค้น และมีความทุกข์อย่างสาหัส ดังนั้นการมีความสุขเฉพาะตนกับความสุขของสังคม เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นไปด้วยกัน อิงอาศัยกัน
พิจารณาโลกทั้งสองฝูง เดวิด ลอย เสนอให้พระพุทธศาสนาและโลกสมัยใหม่จับมือเดินไปด้วยกัน เติมเต็มกันทั้งแนวคิดและวิธีปฏิบัติ กล่าวคือ โลกสมัยใหม่ควรศึกษาปฏิบัติตามแนวทางพระพุทธศาสนาเพื่อความตื่นรู้ การเรียนรู้ความทุกข์และการดับทุกข์ จะทำให้คนสมัยใหม่เป็นสุขได้ง่ายขึ้น หลุดพ้นจากการพึ่งพิงความสุขจากการบริโภค
ในขณะที่ฝั่งพระพุทธศาสนา ก็ควรเรียนรู้คุณค่าที่โลกสมัยใหม่ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม มีเสรีภาพ และความเป็นธรรมมากขึ้น เดวิด ลอย เสนอว่า การให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมมิใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นคติที่มีอยู่แล้วในพระพุทธศาสนา คือคติพระโพธิสัตว์
คติดังกล่าว คือความเชื่อที่ว่า การช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกอื่นๆ เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดการตื่นรู้ภายใน ขณะเดียวกันสติปัญญาที่เติบโตขึ้น ก็ทำให้เราทำประโยชน์ให้สังคมได้ดีขึ้นด้วย
เดวิด ลอย ทิ้งท้ายว่า บางทีคติโพธิสัตว์ จึงอาจเป็นแนวคิดที่มีคุณูปการมากที่สุดในสังคมปัจจุบัน







