
แก้ขยะล้นเมืองให้สำเร็จ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถึงกับต้องหยิบยกเรื่องความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยขึ้นมาเป็นหัวข้อหนึ่งในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า รัฐบาลทำมา 2 ปี แต่ยังไม่ได้ผลมากเท่าที่ควร จึงได้เร่งรัดมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการจัดทำแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ ตามแนวทางประชารัฐ ระยะ 1 ปี (มิ.ย. 2559-มิ.ย. 2560) โดยใช้หลักการ 3RS Reduce Reuse Recycle “ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่” ตั้งเป้าหมายเพื่อจะลดปริมาณการเกิดขยะมูลฝอยของประเทศลง 5% หรือลดลง 2 ล้านตัน/ปี ให้เหลือประมาณ 23 ล้านตัน/ปี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถึงกับต้องหยิบยกเรื่องความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยขึ้นมาเป็นหัวข้อหนึ่งในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า รัฐบาลทำมา 2 ปี แต่ยังไม่ได้ผลมากเท่าที่ควร จึงได้เร่งรัดมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการจัดทำแผนปฏิบัติการประเทศไทยไร้ขยะ ตามแนวทางประชารัฐ ระยะ 1 ปี (มิ.ย. 2559-มิ.ย. 2560) โดยใช้หลักการ 3RS Reduce Reuse Recycle “ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่” ตั้งเป้าหมายเพื่อจะลดปริมาณการเกิดขยะมูลฝอยของประเทศลง 5% หรือลดลง 2 ล้านตัน/ปี ให้เหลือประมาณ 23 ล้านตัน/ปี
พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือจากทุกกระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน ศาสนสถาน ห้างสรรพสินค้า และสถานประกอบการต่างๆ รณรงค์คัดแยกขยะมูลฝอย ลดการใช้สิ่งของหรืออะไรที่ย่อยสลายได้ยาก เช่น ถุงพลาสติก ขอความร่วมมือรณรงค์ลดรับถุงพลาสติก โดยนำถุงผ้าไปจ่ายตลาดหรือซื้อของจากห้าง สามารถทำได้ทุกวัน
ปัญหาขยะมูลฝอยล้นเมือง และการจัดเก็บไม่มีคุณภาพ ปะปนทั้งของแห้ง ของเปียก จนนำไปสู่การส่งกลิ่นเน่าเหม็นในหลายพื้นที่ และสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมามากมาย เรื่องนี้มีการพูดถึงกันมานานแล้ว แต่แก้ไม่ได้ซักที เป็นเพราะเหตุใด
ปัญหาขยะ เรามีแบบอย่างที่ดีให้เห็นจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ในเรื่องของการคัดแยกขยะ รวมถึงแนวทางการลดการใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า แต่กลับใช้ไม่ได้ผลสำหรับประเทศไทย แม้มีการริเริ่มในห้างสรรพสินค้าบางแห่ง แต่ในที่สุดก็กลับไปใช้ถุงพลาสติกเหมือนเดิมในขณะนี้
เราอยากเห็นรัฐบาลนี้แก้ปัญหาขยะให้สำเร็จ เพื่อให้ประเทศไทยน่าอยู่มากยิ่งขึ้น และพร้อมสนับสนุนบริษัท ปตท. ที่จัดโครงการ “แยกแลกยิ้ม” ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.กว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคและสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในการช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม สร้างนิสัยการแยกขยะลงถังให้ถูกประเภท โดยรายได้จากการขายขยะที่ถูกคัดแยกจะนำไปสร้างรอยยิ้มให้กับชุมชนโดยรอบสถานี
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันลดปริมาณและจัดการขยะให้เป็นรูปธรรม บทลงโทษที่มีอยู่ก็ควรนำมาบังคับใช้อย่างเด็ดขาด เช่นที่ประเทศญี่ปุ่นหากบ้านใดไม่คัดแยกขยะใส่ถุงตามกติกาที่กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่จะไม่จัดเก็บขยะชิ้นนั้นไป
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่เก็บขยะต้องปรับปรุงวิธีการจัดเก็บใหม่ แบบเดิมๆ คือโยนขยะทุกชิ้นเข้าไปรวมกันในรถ ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้บ้านหลายหลังมีการคัดแยกขยะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว แต่กลับถูกนำไปรวมกับขยะปนเปื้อนอื่นๆ
หากประเทศไทยสามารถลดปริมาณขยะ และคัดแยกประเภทได้สำเร็จ นอกจากบ้านเมืองจะสะอาดเรียบร้อยแล้ว ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น ขยะยังสามารถสร้างมูลค่าให้ประเทศด้วย อาทิ การขายเป็นกระดาษอัด พลาสติกอัด รวมถึงการนำขยะเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล สามารถลดการนำเข้าวัตถุดิบ และเกิดการลงทุนตามมามากมาย ตอนนี้โรงไฟฟ้าที่นำขยะมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้ามีต้นทุนสูง เช่น ค่าใช้จ่ายในการคัดแยกขยะ หากยังแก้ปัญหาคัดแยกขยะไม่ได้ อาจจะทำให้โรงไฟฟ้าขยะล้มเหลวลงก็เป็นไปได้สูง







