posttoday
แบงก์ยังระวังตัว สินเชื่อเม.ย.ชะลอ

แบงก์ยังระวังตัว สินเชื่อเม.ย.ชะลอ

27 พฤษภาคม 2559

โดย...บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย)

โดย...บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย)

จากงบดุลของธนาคารพาณิชย์ ในเดือน เม.ย. 2559 แสดงว่าธนาคารโดยรวมยังคงระมัดระวังการขยายสินเชื่อ และเพิ่มสัดส่วนของสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ อย่างเช่นตราสารหนี้และการปล่อยกู้ในตลาดเงินเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทเอกชนหรือธุรกิจมีทางเลือกมากขึ้นในการหาเงินทุนมาใช้ในการลงทุน โดยเปลี่ยนจากการกู้ธนาคารไปกู้ในตลาดเงินแทน

ประเด็นที่น่าสนใจจากงบดุลของธนาคารต่างๆ ในเดือน เม.ย. ได้แก่ สินเชื่อรวมไม่เพิ่มขึ้นเลย จากเดือน มี.ค.(MoM) และโตติดลบ 1% เมื่อเปรียบเทียบกับในเดือน เม.ย. 2558 (YTD) ถึงแม้เดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่สินเชื่อชะลอตัวตามฤดูกาลอยู่แล้ว แต่เดือนเมษายนปีนี้สินเชื่อชะลอตัวมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของเดือนก่อนๆ ทั้งนี้ สินเชื่อของธนาคารขนาดเล็กคือ บริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ยังคงหดตัวต่อเนื่อง YTD โดยสินเชื่อของ TISCO ลบ 3.5% KKP 3% และ TCAP ลบ 2% ในขณะที่สินเชื่อของ 4 ธนาคารใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ไม่โตเลย YTD

สินเชื่อธุรกิจยังไม่มีการเบิกถอนเงินกู้ออกมาใช้

แม้จะมีการเซ็นสัญญาเงินกู้ก้อนใหญ่เพื่อสนับสนุนดีลการเข้าซื้อกิจการ เช่น บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) การลงทุนและการประมูลใบอนุญาตของ
ธุรกิจสื่อสาร (ผ่านการปล่อยสินเชื่อร่วม) แต่การที่สินเชื่อยังทรงตัวก็แปลได้ว่า ยังไม่ได้มีการเบิกถอนเงินกู้ออกมาใช้ ทั้งนี้ BBL เป็นผู้ปล่อยสินเชื่อสำหรับดีลที่เครือเซ็นทรัล เข้าไปซื้อกิจการของ BigC Vietnam จาก Casino Group

กิจกรรมด้านการลงทุนชะลอตัว

แต่ตลาดเงินค่อนข้างคึกคัก

จากความคาดหมายว่า ดอกเบี้ยจะยังทรงตัวอยู่ในระดับเดิม ธนาคารต่างๆ จึงยังคงชะลอกิจกรรมด้านการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง KBANK และ KTB ซึ่งพอร์ตการลงทุนหดตัวลงถึง 22% YTD และ 13% YTD ตามลำดับ ในขณะที่มีเพียง SCB เท่านั้นที่เพิ่มขึ้น 15%

อย่างไรก็ตาม ธนาคารต่างๆ ยังคงคึกคักในตลาดเงิน โดยเฉพาะ KBANK และ KTB ซึ่งพอร์ตการปล่อยกู้ของทั้งสองธนาคารโตถึง 50% YTD ในขณะที่ของ BBL โต 28%

“BBL ค่อนข้างแอ็กทีฟในตลาดตราสารหนี้ในขณะที่ KTB และ KBANK ก็แอ็กทีฟในด้านการปล่อยกู้ในตลาดเงิน สินเชื่อของธนาคารขนาดเล็กทุกแห่งยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง”

แนวโน้ม-ความเสี่ยงด้านมหภาคคอยถ่วงอยู่

แนวโน้มของกลุ่มธนาคารยังคงอ่อนไหวและเปราะบางจากความกังวลในเรื่องคุณภาพสินเชื่อ เมื่อคำนึงถึงผลกระทบของรายได้ที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รอบล่าสุดซึ่งจะเริ่มส่งผลต่อกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2 /2559 เป็นต้นไป เท่ากับว่าธนาคารต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งในด้านของการกันสำรองและผลกำไร ทั้งนี้แม้ว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ในปัจจุบันจะถือว่าไม่แพง แต่ก็ยังไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นด้านบวกที่จะหนุนราคาหุ้นกลุ่มธนาคาร คิดว่าในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ SCB ดูน่าสนใจมากกว่าคู่แข่ง ในขณะที่กลุ่มธนาคารขนาดเล็ก ชอบ TISCO มากกว่าเพื่อน

ราคาถูกแต่ไม่น่าตื่นเต้น

เราคิดว่าราคาหุ้นยังคงผันผวนในช่วงแคบๆ แม้ว่าธนาคารจะมีแรงกดดันหลายด้าน แต่การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL และการลดลงของรายได้รวมอยู่ในราคาหุ้นระดับหนึ่งแล้ว นอกจากนี้หากเปรียบเทียบธนาคารไทยส่วนใหญ่ขยับไปในทิศทางเดียวกับธนาคารในภูมิภาค มูลค่าของธนาคารไทยยังอยู่ในระดับที่ถูกกว่ามาก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจธนาคารยังมีความเสี่ยง ความเปราะบางของเศรษฐกิจภายนอกจะยังคงกดดันอัตราการเติบโตของการส่งออก คุณภาพสินทรัพย์ของลูกหนี้ เอสเอ็มอี และการบริโภคในประเทศ ความล่าช้าของการลงทุนจะทำให้อุปสงค์ในประเทศฟื้นตัวช้าและอาจทำให้จีดีพีปีนี้โตต่ำกว่าประมาณการที่ 3.4% ในขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกจะกระทบกับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)

ในสัปดาห์นี้นักลงทุนเริ่มหันมาสนใจหุ้นธนาคารพาณิชย์มากขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ราคาหุ้นและมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงติดอันดับ 1 ใน 5 ของการซื้อขายมาหลายวัน

นอกจากนั้นยังมีการซื้อขายหุ้นธนาคารในรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) จำนวนมากเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งสะท้อนว่า ราคาหุ้นใหญ่ในกลุ่มอื่นขยับขึ้นมามาก ถึงเวลาต้องขายทำกำไร และโยกย้ายเงินเข้าไปลงทุนในหุ้นธนาคารพาณิชย์ที่ราคายังต่ำอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท