posttoday
เที่ยวไทย กัน (เอง) เถอะ

เที่ยวไทย กัน (เอง) เถอะ

27 พฤษภาคม 2559

หลังจากได้ยินพฤติกรรมต่างๆ ของบรรดานักท่องเที่ยวจีน บางอย่างก็ขำ บางเรื่องก็ขำไม่ออก

โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล บรรณาธิการแมกกาซีน

หลังจากได้ยินพฤติกรรมต่างๆ ของบรรดานักท่องเที่ยวจีน บางอย่างก็ขำ บางเรื่องก็ขำไม่ออก ส่วนอีกบางเรื่องเพิ่มเติมภาพสยดสยอง แถมเติมกลิ่นเข้ามาด้วย... (อย่าให้บรรยายจะดีกว่า)

ล่าสุด เห็นข่าวจากเฟซบุ๊กของสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (Greennews) รายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนขน “ปะการัง” กลับประเทศใส่ถุงหิ้วหน้าตาเฉย แต่ไม่ผ่านเครื่องสแกนที่สนามบิน ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ระบุด้วยว่า สแกนพบเกือบทุกวัน! ทั้งแบบสดๆ และแบบที่ตายแล้ว ดิฉัน (ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม) ถึงกับร้อง เฮ้ย! และคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างรุนแรง

ตามเข้าไปดูในเฟซบุ๊กแฟนเพจของ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ซึ่งให้ความสนใจต่อข่าวนี้เช่นกัน และท่านได้ชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้...

กรมประมงได้กำหนดมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำดังต่อไปนี้ ผู้ฝ่าฝืนทำการประมงปะการัง หรือหินปะการังทุกชนิดทุกขนาดไม่ว่าวิธีใดๆ ในทะเลหรืออ่าวในท้องที่จังหวัดชายทะเลทุกจังหวัด มีความผิดต้องโทษปรับตั้งแต่ 5,000-1 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

ผู้ฝ่าฝืนส่งปะการัง ซากส่วนหนึ่งส่วนใด ผลิตภัณฑ์จากปะการังและปลาสวยงามออกนอกประเทศ มีความผิดต้องโทษปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้า จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำและริบของกลางรวมทั้งสิ่งที่บรรจุและพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าซึ่งเกี่ยวเนื่องด้วยความผิด

ผู้ฝ่าฝืนมีหินปะการัง กัลปังหา เต่าทะเล กระ และผลิตภัณฑ์ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า มีความผิดต้องโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

นั่นเป็นไร... แต่นักท่องเที่ยวจีนที่เก็บปะการังเตรียมจะนำออกนอกราชอาณาจักรไทย ที่เจ้าหน้าที่บอกว่า เจอแทบทุกวันนั้น ก็แค่ทิ้งเจ้าปะการังเหล่านั้นเอาไว้ และกลับประเทศไปได้อย่างลอยนวล ไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ใดๆ ให้เข็ดหลาบหรือเป็นเยี่ยงอย่างทั้งสิ้น

ดร.ธรณ์ แนะนำเอาไว้ในโพสต์เดียวกันว่า ถ้าเจอต้องจับเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย จากนี้ไปควรหาเจ้าภาพและแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง คือขอความร่วมมือสายการบิน ให้ทำแผ่นพับแนะนำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ตั้งป้ายใหญ่ที่สนามบินต่างๆ ระบุให้ชัดเจน ขณะที่ในพื้นที่ก็ต้องจับและปรับให้แรงขึ้น พอมาถึงปลายทาง ที่สนามบิน ตรวจเจอต้องจับ ต้องขอให้นักท่องเที่ยวรายนั้นหยุดรอ แล้วแจ้งด่านสัตว์น้ำ (กรมประมง) เพื่อมารับช่วงต่อ ปิดท้ายด้วยการขยายผล จับแล้วต้องโปรโมท แจ้งไปยังสถานทูต นำภาพมาเผยแพร่พร้อมเงินค่าปรับให้เกิดความกลัว ฯลฯ

ก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ปี 2558 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ดีของภาคการท่องเที่ยวไทย เนื่องเพราะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมากถึง 29.88 ล้านคน หรือเติบโตประมาณ 20.4% จากที่หดตัว 6.6% ในปี 2557 จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ

ตลาดท่องเที่ยวปีก่อนที่เติบโตมากๆ ก็ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ที่เดินทางเข้ามามากเป็นประวัติการณ์ จำนวนใกล้แตะ 8 ล้านคน โดยมีสัดส่วน 27% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่มาเที่ยวไทย เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่มีแค่ 12.9%

ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนที่เพิ่มขึ้น หากทว่ามาพร้อมกับพฤติกรรมน่า “ยี้” -- การแย่งรับประทานบุฟเฟ่ต์ อุจจาระปัสสาวะในที่ที่ไม่สมควร ยังไม่ร้ายแรงเท่าการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่อง “ยี้” ระยะยาว ทั้งการจับปลาใส่ถุงพลาสติก การเก็บปะการังจากทะเล หากมาตรการที่ ดร.ธรณ์ เสนอแนะมีการนำมาใช้จริงในอนาคต ไม่แน่ว่านักท่องเที่ยวจีนจะหายหดลดจำนวนลงให้เป็นที่น่ากังวลของการท่องเที่ยวไทยหรือไม่

ปัญหานี้แก้ง่ายๆ โดยไม่ต้องหวังพึ่งคนนอก ถ้าไทยหันมาเที่ยวไทยให้บ่อยเท่ากับไปเที่ยวต่างประเทศ อย่างญี่ปุ่นหรือยุโรป โดยไม่ต้องยกคำอ้างใดๆ ขึ้นมาเลย ไม่ว่าจะ... เที่ยวไทยแพงกว่าไปนอก (แต่ได้ช่วยเศรษฐกิจในประเทศนะ อย่าลืม) วันหยุดคนเยอะ (ไปชมซากุระญี่ปุ่น คนไทยทั้งนั้น)

ดูคนญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างก็ได้ หลังแผ่นดินไหวจังหวัดคุมะมง พอบ้านเมืองฟื้นฟูเสร็จภายในหนึ่ง-สองสัปดาห์ คนญี่ปุ่นก็หลั่งไหลไป (ช่วยกัน) เที่ยวคุมะมงกันเป็นแถว ไม่ต้องรอให้ต่างชาติที่กำลังขลาดๆ กลัวๆ อาฟเตอร์ช็อก มาช่วยกระจายรายแต่อย่างใด

เอาอย่างนี้ดีมั้ย เที่ยวไทยกัน (เอง) เลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท