
ปรับแผนทำฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ
กรมฝนหลวงปรับแผนทำฝนหลวง2ระยะเดือนมิ.ย.นี้เติมน้ำในเขื่อนทั่วประเทศที่ยังอยู่ในสถานการณ์วิกฤต
กรมฝนหลวงปรับแผนทำฝนหลวง2ระยะเดือนมิ.ย.นี้เติมน้ำในเขื่อนทั่วประเทศที่ยังอยู่ในสถานการณ์วิกฤต
นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าได้สั่งการให้มีการวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงในเดือนมิ.ย.59 เพิ่มขึ้นจากข้อกังวลที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศที่มีอย่างจำกัด ซึ่งนับว่ามีปริมาณน้อยกว่าปี58 ถึง3,064 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) โดยเฉพาะเขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา มีน้อยกว่า 1,109 ล้านลบ.ม.ซึ่งในขณะนี้มีเพียง 1,420 ล้านลูกลบ.ม.คิดเป็น 8% เท่านั้น โดยวางแผนปฎิบัติการฝนหลวงเป็น 2 ระยะ เพื่อใช้อิทธิพลในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีกระแสจากลมตะวันตกเฉียงใต้ พัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงต้นและกลางเดือนมิ.ย. ดังนั้น ระยะที่ 1 ในช่วงต้นเดือนมิ.ย.ยังคงหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงไว้ที่จ.เชียงใหม่ กาญจนบุรี ลพบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา นครราชสีมา และขอนแก่น และตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จ.ตาก อุบลราชธานี สระแก้ว และชุมพร เพื่อการเติมน้ำลงอ่างเก็บน้ำและช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังต้องการฝน
นายเลอศักดิ์ กล่าวอีกว่าในขณะที่ช่วงปลายเดือนมิ.ย.ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณประเทศจีนตอนใต้ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมจะมีกำลังอ่อนลงส่งผลให้ปริมาณและการกระจายของฝนลดลงและ มีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วงถึงกลางเดือนก.ค. ดังนั้นในระยะที่ 2 จึงวางแผนเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มขึ้นที่จ.พิษณุโลกเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
อย่างไรก็ตามการปฏิบัติการฝนหลวง ทุกหน่วยสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วประเทศซึ่งจะไม่กระทบต่อพื้นที่เสี่ยงการเกิดอุทกภัยและน้ำท่วมขัง
ถึงแม้จะมีฝนตกชุกในเดือนมิ.ย.และมีการปฏิบัติการฝนหลวงร่วมด้วย แต่สิ่งที่พบคือ พื้นดินยังแห้งและซึมซับน้ำฝนไว้มาก จึงจำเป็นต้องอาศัยเวลาที่ดินจะกลับมาชุ่มน้ำและทำให้น้ำจะไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและไหลลงอ่างเก็บน้ำให้มีน้ำสำรองไว้ใช้ได้เหมือนที่ผ่านมา
"จึงขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนยังคงต้องประหยัดน้ำและใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดตามแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวงได้ที่ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ"นายเลอศักดิ์ กล่าว







