
เบทาโกรทุ่ม5พันล.
เบทาโกรทุ่มลงทุน 5,000 ล้านบาท รับธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรฟื้นตัว
เบทาโกรทุ่มลงทุน 5,000 ล้านบาท รับธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรฟื้นตัว
นายณรงค์ชัย ศรีสันติแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจอาหารเครือเบทาโกร เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการยุบธุรกิจจาก 4 หน่วยธุรกิจเหลือ 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจอาหาร ส่งผลให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น
สำหรับในปีนี้ บริษัทได้มีการวางแผนที่จะใช้งบลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในประเทศประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปกติที่จะใช้งบลงทุนอยู่ที่ปีละประมาณ 3,000-3,500 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรได้เริ่มมีการฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านธุรกิจอาหารที่มีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของงบลงทุนดังกล่าว บริษัทจะใช้สำหรับการลงทุนในการก่อสร้างอาคารเบทาโกร 2, ฟู้ดคอมเพล็กซ์, ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงครัวกลางเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต เนื่องจากแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ไปจะเน้นการนำสินค้าเข้าไปขยายตลาดในช่องทางห้างค้าปลีกให้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายร้านค้าปลีกที่มีอยู่ทั้งสองแบรนด์ของบริษัท คือ ร้านเบทาโกรช็อป ปัจจุบันมีจำนวนร้านเปิดให้บริการ 150 สาขา ปีนี้มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 20 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาคาดว่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 32-48 ตร.ม. ใช้งบลงทุนเฉลี่ยต่อสาขาประมาณ 5-8 ล้านบาท ส่วนร้านเบทาโกรเดลี่ ปัจจุบันมีจำนวนร้านเปิดให้บริการ 4 สาขา ปีนี้มีแผนเปิดเพิ่มอีก 6 สาขา แต่ละสาขาคาดว่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 32-38 ตร.ม. และใช้งบลงทุนสาขาละ 2-2.5 ล้านบาท
“เบทาโกรช็อปบริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่เป็นฟู้ดเซอร์วิสเป็นหลัก เนื่องจากบริษัทวางตำแหน่งของร้านให้เป็นธุรกิจขายส่ง ส่วนร้านเบทาโกรเดลี่ บริษัทวางตำแหน่งให้เป็นคอนวีเนียนสโตร์ เน้นเปิดให้บริการตามอาคารสำนักงานต่างๆ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการทดลองตลาด เพื่อนำข้อบกพร่องที่ได้มาปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น”
นายณรงค์ชัย กล่าวอีกว่า นอกจากจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจตลาดในประเทศแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของปีนี้บริษัทจะเน้นการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย เมียนมา ลาว และกัมพูชา สำหรับธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนเพิ่มเติมจะประกอบด้วย โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานพ่อแม่พันธ์ุไก่ และการเปิดให้บริการเบทาโกรช็อป เป็นต้น เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนอีกไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
“หลังจากบริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้อยู่ที่ 1 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 8% เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่ผ่านมา ที่มีรายได้อยู่ที่กว่า 9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการทำตลาดในประเทศประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท และตลาดต่างประเทศประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป้าหมายรายได้ในปีนี้ที่จะเติบโต 8% ถือเป็นการปรับเป้าหมายลดลงจากทุกปีที่ผ่านมา ที่จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 12-14% เนื่องจากที่ผ่านมาราคาเนื้อสัตว์ไม่ดี เพราะมีปัญหาโรคระบาดและภัยแล้ง แต่หลังจากนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มปรับดีขึ้น” นายณรงค์ชัย กล่าว







