
ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์
ในงานสัมมนา “ธุรกิจไทย ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม” เมื่อวันก่อน นักวิชาการ นักธุรกิจ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงต่างแสดงความคิดเห็นว่า ประเทศไทยยังมีจุดอ่อนอยู่มากในการที่จะปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก หรือพูดง่ายๆ ว่า ประเทศไทยมักจะตามกระแสโลกไม่ทัน
ในงานสัมมนา “ธุรกิจไทย ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม” เมื่อวันก่อน นักวิชาการ นักธุรกิจ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงต่างแสดงความคิดเห็นว่า ประเทศไทยยังมีจุดอ่อนอยู่มากในการที่จะปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก หรือพูดง่ายๆ ว่า ประเทศไทยมักจะตามกระแสโลกไม่ทัน
ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 10 ปี ประเทศเราต้องตกอยู่ในหล่มความขัดแย้งทางการเมือง จนรัฐบาลแต่ละชุดที่เข้ามาบริหารประเทศแทบจะไม่มีเวลาคิดในการทีี่จะนำพาประเทศชาติให้ปรับตัวไปทันกับกระแสโลก เพราะเวลาส่วนใหญ่ของแต่ละรัฐบาลมักจะหมดไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และที่สำคัญที่สุด คือ หมดไปกับการบริหารจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม
แม้แต่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งก่อการรัฐประหารเข้ามาบริหารบ้านเมือง เป้าหมายหลักก็คือ การลดความขัดแย้งของขั้วความคิดทางการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง และการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ
จนถึงทุกวันนี้ สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ถูกยุบไปแล้ว และมีสภาใหม่ตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป แต่น่าเสียดายที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทราบว่าประเทศเรากำลังปฏิรูปอะไร และเป้าหมายของการปฏิรูปคืออะไร เราทราบกันแต่เพียงเมื่อก่อนเรามีสภาปฏิรูป และขณะนี้เราก็มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป
การจะปฏิรูปนั้น อย่างน้อยที่สุดเราควรจะมีเป้าหมายว่า เราจะปฏิรูปไปเป็นอะไร ยกตัวอย่างเช่น ในด้านการเมือง เราควรจะมีเป้าหมายว่า ประเทศเราจะต้องเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ปลอดจากการทำรัฐประหารอีก เมื่อมีเป้าหมายเช่นนี้ เราก็จะสามารถปฏิรูปกระบวนการต่างๆ ให้ส่งเสริมการไปสู่เป้าหมายนั้นได้ และต้องมีการปฏิรูปกระบวนการที่เป็นอุปสรรคต่อการไปสู่จุดหมายนั้น ส่วนจะใช้เวลานานเพียงใดเพื่อให้ถึงจุดหมาย ก็แล้วแต่สภาพปัจจัยต่างๆ ที่แวดล้อม
ในทางด้านเศรษฐกิจ ประชาชนก็ไม่เคยรับทราบว่าประเทศเรากำลังจะเป็นอะไร จะเป็นประเทศเกษตรกรรม ประเทศอุตสาหกรรม หรืออะไรกันแน่ มีเพียงทีมเศรษฐกิจชุดก่อนที่เคยออกมาบอกว่า เราจะเป็นดิจิทัล อีโคโนมี หรือเศรษฐกิจแบบดิจิทัล แต่ก็ไม่เคยอธิบายให้เข้าใจชัดเจนว่า การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นเป็นอย่างไร
อย่าว่าแต่ประชาชนทั่วไปเลย แม้แต่บรรดาข้าราชการที่จะต้องลงมือปฏิบัติเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล หรือภาคธุรกิจเอกชนที่จะต้องเป็นหัวหอกในการนำพาเศรษฐกิจของประเทศ ต่างก็ยังสับสนและงุนงงกับเป้าหมายการเดินของประเทศ
ดังนั้น การจะแก้ไขจุดอ่อนของประเทศ สิ่งแรกสุดที่รัฐบาลจะต้องทำ ก็คือ การกำหนดเป้าหมายของประเทศว่า เราจะเป็นอย่างไร เป็นอะไร ในอีก 5 ปี 10 ปี หรือกระทั่ง 20 ปีข้างหน้าให้ชัดเจน เพื่อที่ทุกคนหรือคนส่วนใหญ่ของประเทศจะสามารถมองไปในทิศเดียวกันได้
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็กำหนดยุทธศาสตร์ที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นๆ รวมทั้งกำหนดบทบาทของแต่ละภาคส่วนออกมา เป็นต้นว่า ถ้ากำหนดบทบาทให้ธุรกิจเอกชนเป็นตัวนำ ภาครัฐเองก็ควรจะเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นเพียงผู้กำกับและสนับสนุน ช่วยกำจัดอุปสรรคในการที่จะบรรลุสู่เป้าหมาย แต่ภาครัฐไม่ควรจะมาเล่นบทบาทนำอย่างทุกวันนี้
ทั้งนี้ ผู้นำของประเทศจะต้องมีวิสัยทัศน์มากพอที่จะมองเห็นภาพของโลกอย่างน้อยก็ในอีก 5 ปีข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร แล้วก็กำหนดเป้าหมายเพื่อนำพาให้ประเทศก้าวไปทันกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ใช่คอยแต่จะตามโลกอย่างทุกวันนี้







