posttoday
พลเมืองเลี้ยวซ้าย คสช.เลี้ยวขวา?

พลเมืองเลี้ยวซ้าย คสช.เลี้ยวขวา?

26 พฤษภาคม 2559

โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์ บรรณาธิการการเมือง

โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์ บรรณาธิการการเมือง

พฤติกรรมข่มขู่คุกคามออกลายคล้ายอันธพาลต่อประชาชนเกิดขึ้นในหลายกรณี ส่งผลให้การใช้อำนาจรัฐตลอดช่วง 2 ปีมานี้ ขาดความชอบธรรม ขณะที่ผู้นำการคืนความสุขกระโดดเข้าทะเลาะกับขั้วต่างความคิดแทบทุกปัญหาภายใต้บริบทช่วงเปลี่ยนผ่านที่ไร้ความหวัง ยังมีการสร้างกลไกไม่เป็นธรรมจัดแถวสังคม สถานการณ์จึงโน้มเอียงไปในทำนองว่า ทุกความเคลื่อนไหวปูทางไปสู่การสืบทอดอำนาจให้ยาวออกไปเสียมากกว่า

หลายกรณีชัดแจ้งว่าเป็นการจงใจล้มกระดานทางการเมืองและฉวยโอกาสเข้ากุมขุมทรัพย์เศรษฐกิจ คำถามก็คือว่า ในบรรยากาศเช่นนี้จะเกิดความเสมอภาค ภราดรภาพ ขึ้นได้อย่างไร

สังคมไทยต้องการเห็นการเปลี่ยนอย่างถอนรากถอนโคนในระบบตำรวจ แต่การแต่งโยกย้ายนายตำรวจกลับส่งกลิ่นฉาวโฉ่ทั้งการซื้อขายตำแหน่งบ้าง ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงบ้าง

วาระ 2 ปีรัฐประหารจึงเป็นที่ประจักษ์หลายประการว่า “อำนาจ” และ “ทุน” ได้เอื้อเฟื้อกันอย่างออกนอกหน้า

“ที่ผ่านมาปัญหาคนชนบทไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง โดยเฉพาะหลังรัฐประหารที่คนชั้นกลางอาจมีความสุข แต่คนชนบทเดือดร้อนแสนสาหัส”นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ปราชญ์ชาวบ้านกลุ่มรักษ์เชียงของ สรุปไว้อย่างนั้น

เมื่อย้อนไปดูคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ผ่านมา ไม่ว่าคำสั่งที่ 4/2559 เรื่องยกเว้นบังคับใช้กฎหมายผังเมืองรวมในกิจการบางประเภท เปิดทางให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้า โรงผลิตก๊าซ โรงงานคัดแยกขยะและฝังกลบ, ใครจะได้ประโยชน์จากคำสั่งนี้? คำสั่งที่ 9/2559 ให้อำนาจส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่รับผิดชอบโครงการหรือกิจการที่อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาอีไอเอ สามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการไปพลางก่อนได้, ใครจะได้ประโยชน์จากคำสั่งนี้?

ไม่รวมถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน ท่าเรือน้ำลึกปากบารา เขตเศรษฐกิจพิเศษ ฯลฯ ล้วนเป็นพิมพ์เขียวเวอร์ชั่นที่เขียนขึ้นด้วยมืออันเรียวขาว ซึ่งมองข้ามความห่วงใยต่อผลกระทบประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

ด้านสิทธิเสรีภาพประชาชนไม่ต้องพูดถึง เพราะฝ่ายเห็นต่างกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของ คสช. ประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมเสนอทางออกของประเทศ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิในฐานะพลเมือง ล้วนถูกตีโต้ซึ่งสวนทางแนวทางการปรองดองอย่างสิ้นเชิง

ความสุข-ความสงบ ในความหมายของรัฐจึงวนอยู่กับการสงบปากสงบคำ ทว่าพลเมืองต้องการเลี้ยวซ้าย เพราะเชื่อว่าถนนข้างหน้าอาจเจอหุบเหว แต่ คสช.กลับเลี้ยวขวา อีกทั้งยังดื้อดันผลักไสให้อนาคตของคนในชาติเดินไปในทิศทางที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

กรณีนี้ยิ่งไม่มีเหตุผลใดที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต้องทำหนังสือถึงอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้กำราบบุคลากรมหาวิทยาลัยที่เคลื่อนไหวต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา เพราะนักวิชาการเหล่านี้แค่ห่วงใยต่อแนวโน้มการลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง, ซึ่งควรรับฟังกันบ้าง

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองออกแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมรวมตัวกันสวมเสื้อยืดสีขาว “VOTE NO ไม่รับ! กับอนาคตที่ไม่ได้เลือก” ด้วยเห็นว่ากติกาแม่แบบที่ คสช.กำลังจะนำมาบังคับใช้ “ขาดความศักดิ์สิทธิ์”

ทว่าการแสดงออก VOTE NO กลายเป็นกรวดทรายในรองเท้า

ยังมีภาคสังคมอื่นๆ อีกมากที่ไม่เห็นด้วยกับทั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้และการเดินหน้าพาประเทศโดยไม่รับฟังผู้มีส่วนได้เสีย มีผู้คนอีกมากที่สับสนต่ออนาคตการเมืองหลังจากนี้ ในจำนวนนี้มีอีก
ไม่น้อยเช่นกันที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญ “ไม้ค้ำถ่อ” ฉบับก้าวข้ามความขัดแย้งมากกว่า

ฉะนั้นกติกาที่เอื้อให้รัฐละเมิดอำนาจและสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพียงเพื่อหวังกำจัดบุคคลบางกลุ่มบางพวก โดยสร้างอาณาจักรความกลัวเพื่อยักย้ายอำนาจไปอยู่ในมือของกองทัพ จึงถูกทักท้วงถึงความสุ่มเสี่ยงอันอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคตอันใกล้อีก

คสช.จึงควรยื่นมือมาสัมผัสกับภาคส่วนของสังคมที่หลากหลายและร่วมกันขบคิด เป็นต้นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 ให้เดินไปสู่การเลือกตั้ง อาจเป็นเลือกหนึ่ง แล้วค่อยให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่กำหนดกติกาประเทศ

หากผู้นำเลี้ยวมาหาประชาชน และเปิดใจรับฟัง ทางสว่างประเทศก็ยังพอมี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท