
มีชัยบี้กกต.ฟันบิดเบือน
มีชัยยอมรับกังวลกลุ่มบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญก่อนลงประชามติโยน กกต.จัดการตามกฎหมาย
มีชัยยอมรับกังวลกลุ่มบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญก่อนลงประชามติโยน กกต.จัดการตามกฎหมาย
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ยังมีความกังวลต่อกลุ่มคนพยายามบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่ง กรธ.จะพยายามตามอธิบายอย่างเต็มที่ แต่หากเกินความสามารถของ กรธ. ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการตามกฎหมาย
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า การที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เตรียมตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติถือเป็นเรื่องที่ดีที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ขอให้ นปช.ดำเนินการตามที่กฎหมาย หากพบกระทำผิด กกต.พร้อมจะดำเนินการด้วยความเป็นธรรม
นายสมชัย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยขณะนี้ยังไม่มีความผิด แต่ได้มอบหมายให้สำนักงาน กกต.สืบข้อเท็จจริง ส่วนการขายเสื้อหรือการแจกสติ๊กเกอร์ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการ กกต.ตรวจสอบว่าเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 61 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติหรือไม่
นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาคำร้องกรณีที่นายจอน อึ๊งภากรณ์ และคณะ ยื่นหนังสือขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 61 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ทั้งนี้ นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่า การประชุมวานนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะต้องรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจาก กกต. เพื่อประกอบการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจการฯ จะประชุมและมีคำวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ซึ่งหาก กกต.ไม่ส่งความเห็นชี้แจงมา ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถพิจารณาได้ตามข้อมูลที่มีเพราะผู้ร้องและสำนักงานเลขาวุฒิสภาได้ส่งคำชี้แจงมาแล้ว
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาถ้อยคำตามมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กรณีการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง หยาบคาย เข้าข่ายเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เปรียบเทียบกับ พ.ร.บ.ประชามติ ครั้งที่ผ่านมาไม่พบว่ามีการกำหนดถ้อยคำดังกล่าว โดยพิจารณาว่าการบัญญัติถ้อยคำเหล่านี้จะก่อให้เกิดความสับสนเพิ่มมากขึ้นหรือไม่
เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า หากที่ประชุมมีความเห็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งต้องชี้แจงให้ผู้ร้องหรือสังคมได้รับทราบ เช่น หากมีความเห็นว่า มาตรา 61 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และหากศาลรับคำร้องและวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้มาตรา 61 ไม่มีผลบังคับใช้ แต่ไม่มีผลต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติทั้งฉบับ







