
รัฐตีปีกญี่ปุ่นคงอันดับเครดิตไทย
สถาบันจัดอันดับญี่ปุ่นยังคงเครดิตประเทศไทย จับตาการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
สถาบันจัดอันดับญี่ปุ่นยังคงเครดิตประเทศไทย จับตาการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้รายงานสรุปผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2559 ซึ่ง R&I ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลสกุลเงินต่างประเทศ (Foreign Currency Issuer Rating) ที่ระดับ BBB+ และสกุลเงินบาท (Domestic Currency Issuer Rating) ที่ระดับ A- และคงอันดับความน่าเชื่อถือหนี้รัฐบาลระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ ที่ระดับ a-2 รวมทั้งคงสถานะแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับเป็นลบ (Negative Outlook) สะท้อนจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ดูเหมือนว่าจะมีเสถียรภาพภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลทหาร
นอกจากนี้ โครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยยังคงมีความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ โดย R&I คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของไทยยังคงขยายตัวได้ในระดับปานกลาง รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างระวัง ทำให้หนี้สาธารณะไม่อยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้ดำเนินนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การปฏิรูประบบภาษีเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศและลดความไม่เท่าเทียมด้านรายได้ ประกอบกับยังได้เริ่มโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้า เนื่องจากความไม่สงบทางการเมือง
สำหรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่ R&I ยังคงให้เป็น “ลบ” เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองและปัจจัยทางเศรษฐกิจและการคลัง โดย R&I ยังคงติดตามสถานการณ์ทางการเมืองว่ายังคงมีเสถียรภาพต่อเนื่องไปจนถึงวาระที่ประเทศไทยกลับเข้าสู่การปกครองภายใต้รัฐบาลพลเรือน รวมทั้งผลการลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดประมาณปลายปี 2560
นอกจากนี้ R&I ยังคงติดตามว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินการปฏิรูปการเมืองและมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ที่จะนำไปสู่ความมีเสถียรภาพทางการเมืองในระยะปานกลางถึงระยะยาวได้หรือไม่ ซึ่งประเทศไทยควรหามาตรการเร่งด่วนในการเพิ่มศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เช่น การปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า
เพิ่มสูง
นางสุณี เอกสมทราเมษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ในฐานะรองโฆษกสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้รายงานสถานะหนี้สาธารณะคงค้างของไทย ณ วันที่ 31 มี.ค. 2559 ว่ามีจำนวน 6,013,649.86 ล้านบาท หรือคิดเป็น 44.03% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยแบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาล 4,431,683.97 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,039,910.82 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 525,523.70 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานของรัฐ 16,531.37 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นสุทธิ 7,862.69 ล้านบาท
สำหรับหนี้สาธารณะดังกล่าวแบ่งเป็นหนี้ในประเทศ 5,659,858.61 ล้านบาท หรือ 94.12% และหนี้ต่างประเทศ 353,791.25 ล้านบาท (ประมาณ 10,196.31 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือ 5.88% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด และแบ่งเป็นหนี้ระยะยาว 5,205,274.86 ล้านบาท หรือ 86.56% และหนี้ระยะสั้น 808,375 ล้านบาท หรือ 13.44% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด
ทั้งนี้ สบน.บริหารหนี้รัฐวิสาหกิจวงเงิน 13,590 ล้านบาท เป็นการกู้เงินในประเทศเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค 590 ล้านบาท และปรับโครงสร้างหนี้ของ ธ.ก.ส. 1 หมื่นล้านบาท เป็นต้น







