posttoday
รายใหญ่ไม่หวั่นไอยูยู อาหารทะเลรายเล็กอยู่ยาก

รายใหญ่ไม่หวั่นไอยูยู อาหารทะเลรายเล็กอยู่ยาก

24 พฤษภาคม 2559

แม้ว่าขณะนี้สหภาพยุโรป (อียู) จะยังไม่ให้ใบแดงประเทศไทยเกี่ยวกับการทำประมงผิดกฎหมาย แต่ผู้ประกอบการไทยก็ยังมีความกังวลกับเรื่องดังกล่าวพอสมควร เนื่องจากปัจจัยลบดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์และการทำการประมงของประเทศไทย ส่วนบริษัทไหนจะได้รับผลกระทบมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการดำเนินธุรกิจของแต่ละบริษัทว่ายืนอยู่บนมาตรฐานใด

แม้ว่าขณะนี้สหภาพยุโรป (อียู) จะยังไม่ให้ใบแดงประเทศไทยเกี่ยวกับการทำประมงผิดกฎหมาย แต่ผู้ประกอบการไทยก็ยังมีความกังวลกับเรื่องดังกล่าวพอสมควร เนื่องจากปัจจัยลบดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์และการทำการประมงของประเทศไทย ส่วนบริษัทไหนจะได้รับผลกระทบมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการดำเนินธุรกิจของแต่ละบริษัทว่ายืนอยู่บนมาตรฐานใด

ทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปแช่แข็ง เปิดเผยว่า บริษัทไม่มีความกังวลปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) แต่อย่างใด เนื่องจากการทำธุรกิจของบริษัทได้ใบรับรองมาตรฐานที่สามารถแสดงที่มาของแหล่งผลิตย้อนหลังได้ นอกจากนี้สินค้าที่ผลิตออกมาทำตลาดทุกรายการยังสามารถตรวจสอบคุณภาพได้เช่นกัน จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวบริษัทมองว่าเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดต่างประเทศมากกว่าการเสียโอกาสทางธุรกิจ

อย่างไรก็ดี หากไอยูยูให้ใบแดงประเทศไทย บริษัทมองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่การทำธุรกิจของเอกชนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งภาครัฐควรเข้ามาดูแลในเรื่องดังกล่าว ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบริษัทหากไอยูยูให้ใบแดงนั้น มองว่ากระทบเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการส่งออกเพียง 40% เท่านั้น อีก 60% เป็นรายได้ที่มาจากการทำตลาดภายในประเทศ

ด้าน ธวัชชัย รัตนะพิสิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการส่งออกสินค้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศที่บริโภคสินค้าฮาลาลมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และเพื่อรองรับการขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดดังกล่าว ล่าสุดบริษัทได้เตรียมจับมือกับบริษัท ซิมพีฮวด พันธมิตรทางธุรกิจในประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมกันตั้งโรงงานผลิตสินค้าฮาลาลในประเทศมาเลเซีย บนพื้นที่ 1,200 ตร.ม. เบื้องต้นคาดว่าใช้งบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท

การตั้งโรงงานผลิตสินค้าฮาลาลในประเทศมาเลเซียครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของการมีโรงงานในต่างประเทศ จากการที่พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทมีธุรกิจห้องเย็นไว้จัดเก็บสินค้าอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการสร้างโรงงานผลิตสินค้าจำนวนมาก และการที่บริษัทเลือกประเทศมาเลเซียเป็นฐานการผลิตสินค้าฮาลาล เพื่อทำตลาดในประเทศมาเลเซีย และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เพราะสินค้าฮาลาลที่ผลิตในประเทศมาเลเซียเป็นที่ยอมรับ

สำหรับกลุ่มประเทศที่บริษัทจะเข้าไปทำตลาดสินค้าฮาลาลอย่างจริงจังในปีนี้ ด้วยการเดินหน้าจัดโรดโชว์ในงานต่างๆ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี และซาอุดิอาระเบีย หลังจากเข้าไปขยายตลาดสินค้าฮาลาล มากขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขายสินค้าฮาลาลไม่ต่ำกว่า 30 ตัน ขณะที่ภาพรวมรายได้จากการส่งออกสิ้นปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 10% จากปี 2558 ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท

ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของการทำตลาดในประเทศปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในงานไทยเฟล็กซ์ 2016 จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ 4 รายการเข้าทำตลาด ประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปูอัด เนื้อปลาบดปรุงรสสอดไส้ และอาหารพร้อมรับประทาน อย่างแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา และเต้าหู้ปลาพะโล้ ซึ่งสิ้นปีคาดว่าจะมีรายได้รวมเติบโตที่ 10% จากปี 2558 ที่มีรายได้รวม 4,500 ล้านบาท ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

วันทนี แสงอุทัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ ผู้ผลิตสินค้าอาหารทะเลแปรรูปลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับตัวการดำเนินธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อป้องกันกรณีการทำประมงผิดกฎหมาย ทำให้ปัจจุบันบริษัทใช้วัตถุดิบจากอาหารทะเลและใช้เรือประมงไทยสัดส่วนเพียง 15% และสินค้าดังกล่าวก็ไม่ได้ส่งออกไปยุโรป พร้อมกับใช้อาหารทะเลนำเข้า 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และอเมริกา สัดส่วน 85% ส่งออกไปยังยุโรปแทน

พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมแผนรองรับในอีกระดับหนึ่ง หากไทยได้รับใบแดงจากทางยุโรป โดยบริษัทจะนำอาหารทะเลส่งไปผลิตที่บริษัทลูกในประเทศโปแลนด์ทั้งหมด ก่อนหน้านี้ได้ส่งสินค้าไปผลิตและจำหน่ายในช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว ส่วนในช่องทางแคเทอริ่ง ก็จะเร่งดำเนินการลักษณะเดียวกัน ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการหรือคู่ค้าของบริษัทมีความเข้าใจวิธีการบริหารจัดการเป็นอย่างดี จึงมั่นใจว่ากรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ สำหรับปีนี้รายได้ต่างประเทศตั้งเป้าเติบโต 20% หรือราว 1,600-1,700 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมารายได้ 1,500 ล้านบาท เติบโต 20%

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยรายใหญ่ปรับตัวให้ยืนอยู่บนมาตรฐานยุโรปมาโดยตลอด ใบแดงสำหรับรายใหญ่อาจจะได้รับผลกระทบน้อยมาก หรือแทบไม่ได้รับผลกระทบ ในขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กและกลางอาจต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ในครั้งนี้แทน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท