ภาคประชาชนจี้รัฐบาลลาออก-คืนอำนาจหากรธน.ไม่ผ่านประชามติ
กลุ่มประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตยเรียกร้อง รัฐบาลลาออก-คืนอำนาจให้ประชาชน หากร่างรัฐธรรมนูยไม่ผ่านประชามติ
กลุ่มประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตยเรียกร้อง รัฐบาลลาออก-คืนอำนาจให้ประชาชน หากร่างรัฐธรรมนูยไม่ผ่านประชามติ
เมื่อวันที่ 22พ.ค. เวลา 14:00น. บริเวณด้านหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ตรงสี่แยกคอกวัว กลุ่มศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย หรือ (YPD) ได้จัดงานแถลงข่าวและประกาศเจตนารมณ์ ภายใต้ชื่อ "22-22=44 : 2 ปี รัฐประหาร กับ การปฏิรูปที่ไม่มีอยู่" ซึ่งนำโดย สุร แก้วเกาะสะบ้า พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มฯ
นายสุร เลขาธิการกลุ่ม YPD อ่านแถลงการณ์ ว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาภายใต้การปกครองของรัฐบาลปัจจุบันได้มีการคุกคามสิทธิเสรีภาพและการแสดงความคิดเห็นของประชาชนผู้เห็นต่างมาโดยตลอดทั้งการดำเนินการทางกฎหมาย ดังนั้นจึงอยากให้สังคมไทยและสังคมโลกช่วยกันติดตามตรวจสอบและประณามการกระทำดังกล่าวนี้
นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีความกังวลกับปัญหาเรื่องประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ สิทธิชุมชน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบันว่าที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้มีการใช้อำนาจและกฎหมายต่างๆมากมาย รวมถึงมาตรา 44 ซึ่งมองว่าเป็นการใช้อำนาจจัดการกับปัญหาที่ละเอียดอ่อนโดยไม่มีการฟังเสียงของประชาชน แต่รับฟังเสียงคนเพียงบางกลุ่ม ซึ่งมองว่าไม่ใช่พื้นฐานของการปฏิรูปที่แท้จริง ดังนั้นกลุ่มฯ จึงเรียกร้องให้ประเทศเทศไทยควรกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว และเปิดโอกาสแสดงข้อมูลการทำประชามติแก่ทุกฝ่าย แต่หากการทำประชามติไม่ผ่าน รัฐบาลต้องลาออกและคืนอำนาจให้แก่ประชาชน เพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน
ด้านนายธวัชร์ ดำแก้ว สมาชิกกลุ่มฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล คสช. มีผลต่อเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ของประเทศ เป็นอย่างมากแม้จะนำมาตรา 44 ที่มีความรวดเร็วมาใช้ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพราะถ้าหากอยู่ในช่วงของรัฐบาลปกติ ประชาชนก็สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ แต่ 2ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าประชาชนไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นดังนั้นก็อาจจะทำให้การปฏิรูปไม่อาจสำเร็จได้
ส่วนเรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ นั้น ธวัชร์ มองว่า เป็นปัญหาอีกเรื่องหนึ่งถึงแม้จะไม่ได้คัดค้านการทำนโยบายดังกล่าว แต่มองว่าเมื่อไม่มีการฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ ก็ถือว่าการทำงานที่ผิดพลาดตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับพื้นที่ ดังรัฐบาลควรต้องทบทวนนโยบายดังกล่าว เพราะบางพื้นที่ประชาชนขณะนี้ยังได้รับผลกระทบอยู่
ขณะที่ ธัชพงศ์ แก้วดำ คณะกรรมการ กลุ่มYPD กล่าวว่า ส่วนตัวก็เคยเรียกร้องและเข้าชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. แต่ที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเลย เพราะมองว่าการปฏิรูปอย่างแท้จริงควรทำให้ประชาขนเข้าไปมีส่วนร่วม แต่การร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับไม่มีส่วนร่วมของภาคประชาชนดังนั้นก็เปรียบเสมือนร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นโมฆะมาตั้งแต่ต้น
ดังนั้นจึงอยากให้คนที่เข้าร่วมกับมวลมหาประชาชนฯควรจะต้องคิดแล้วว่า จะทำอย่างไรต่อไป คือ จะยืนหยัดเชียร์รัฐบาลต่อ หรือจะออกมาบอกประชาชนว่ายังคงต้องการการปฏิรูปอยู่และควรสู้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการแถลงข่าวของกลุ่ม YOD ในวันนี้ ช่วงแรกก็มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้มีการขัดขวางการทำกิจกรรมแต่อย่างใดและให้มีการดำเนินกิจกรรมจนจบ โดยไม่มีการควบคุมตัวแกนนำหรือดำเนินการใด







