
ผู้ว่าฯนราฯเผยไฟไหม้ป่าพรุ-ป่าสงวนเสียหายกว่า1,700ไร่
นราธิวาส - ผู้ว่าฯระบุ สถานการณ์ไฟไหม้ป่า ทำให้ป่าพรุโต๊ะแดง-ป่าสงวนแห่งชาติได้รับความเสียหาย กว่า 1,700 ไร่ สั่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
นราธิวาส - ผู้ว่าฯระบุ สถานการณ์ไฟไหม้ป่า ทำให้ป่าพรุโต๊ะแดง-ป่าสงวนแห่งชาติได้รับความเสียหาย กว่า 1,700 ไร่ สั่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. จัดชุดเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอบาเจาะ พร้อมทั้งลาดตระเวนตรวจตราเพื่อป้องกันการกระทำผิดในพื้นที่ ส่วนอำเภอยี่งอ และอำเภอตากใบ สามารถควบคุมจำกัดพื้นที่ได้แล้ว แต่ยังคงจัดชุดเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการลุกลามของไฟที่อยู่ใต้ดิน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30-40 โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโก-ลก มีฝนตกปานกลาง สร้างความชุ่มชื้นทำให้สถานการณ์ไฟไหม้เบาบางลงและสามารถยุติสถานการณ์ได้ ในส่วนของความเสียหายเบื้องต้น ไฟไหม้ป่าพรุโต๊ะแดง 990 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ 715 ไร่ รวม 1,705 ไร่ ป่าอนุรักษ์ 20% ของนิคมสหกรณ์บาเจาะ 120 ไร่ และพื้นที่ป่าเอกชน 2,049 ไร่ รวมความเสียหายใน 6 อำเภอ 3,874 ไร่
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวด้วยว่า มาตรการที่จะดำเนินการต่อไป ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่เสียหาย ได้สั่งการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนราธิวาส ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง รวมถึงให้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอประสานสถานีตำรวจภูธรเร่งรัดสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
สำหรับพื้นที่ความเสียหายของเอกชน อาทิ สวนยางพารา ให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ หรือ ก.ช.ภ.อ. ให้ความช่วยเหลือ และในขณะนี้ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงสงขลา ได้ขอปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงจากการช่วยเหลือพื้นที่ป่าพรุโต๊แดง เป็นการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นการทำฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง







