
50 ปีเหวินเกอ
วันที่ 16 พ.ค. 2559 คือวันครบรอบ 50 ปี ของการปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม หรือเหวินเกอ เป็นช่วงเวลา 10 ปี
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
วันที่ 16 พ.ค. 2559 คือวันครบรอบ 50 ปี ของการปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม หรือเหวินเกอ เป็นช่วงเวลา 10 ปี ที่บ้าคลั่งไร้เหตุที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ว่ากันตามทฤษฎีแล้ว การปฏิวัติวัฒนธรรมมีกระบวนการต่อสู้ช่วงชิงที่ยาวนานและซับซ้อนในทางการเมือง แต่ในชีวิตจริงการต่อสู้ช่วงชิงทางการเมืองไม่ซับซ้อนไปกว่าการลากตัวคนที่พวกคนหนุ่มสาวมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่ออุดมการณ์สังคมนิยมมากดหัวประจาน ลากมาทุบตี บังคับให้สารภาพความผิดทั้งๆ ที่ไม่ผิด ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแต่นับไม่ถ้วน หากเหยื่อไม่ช้ำตายไปเองก็ต้องฆ่าตัวตาย
เมื่อ 3 ปีก่อนมีกรณีหนึ่งที่โด่งดังมากทั้งในจีนและต่างประเทศ เป็นเรื่องราวของอดีตยุวชนแดงที่ชื่อ จางหงปิง ตอนนี้อายุได้ 63 ปี
เมื่อการปฏิวัติวัฒนธรรมคืบคลานมาถึงบ้านเกิด คือ อำเภอกู้เจิ้น มณฑลอันฮุย จางหงปิงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นพวกยุวชนทำลายของเก่าเผาหนังสือ จึงอยากมีส่วนร่วมกับการปฏิวัติบ้างถึงกับเปลี่ยนชื่อจาก เถี่ยฟู เป็น หงปิง หรือทหารแดง พ่อแม่ก็เห็นดีด้วย ครอบครัวจางกระตือรือร้นมาก พี่สาวของเขาถึงขนาดเดินทางไปปักกิ่งเพื่อจะพบประธานเหมา แต่พอกลับมาบ้านก็ป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบตายไปอายุแค่ 16 ปี
จางหงปิงไม่สนใจนักเขายังกระตือรือร้นกับการทำลาย 4 เก่า วิพากษ์ผู้หลักผู้ใหญ่ กระทั่งพ่อตัวเองก็ยังไม่เว้น พ่อของเขาถูกพวกยุวชนโจมตีว่าเป็นพวกศัตรูการปฏิวัติ (ทั้งๆ ที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งสามีภรรยา) ถูกจับตัวมาวิพากษ์ต่อหน้าธารกำนัลถึง 18 ครั้ง แต่ลูกชายกลับศรัทธาในประธานเหมาจนหูหนวกตาบอด ร่วมเขียนหนังสือตัวใหญ่ติดผนังวิจารณ์พ่อตัวเอง
ขณะที่แม่ของเขายืนเคียงข้างสามีคอยปกป้องเขาทั้งยังท้าทายพวกที่จับตัวเขามาประจาน หลังเสร็จสิ้นการโจมตีแล้วแม่เดินคล้องแขนพ่อไม่แยแสใคร จางหงปิงบอกว่าชั่วชีวิตยังไม่เคยเห็นพ่อกับแม่ใกล้ชิดกันขนาดนี้มาก่อน
นรกที่แท้จริงก่อตัวขึ้นในวันที่ 13 ก.พ. 1970 คงเป็นเพราะแม่ของเขาสุดจะทนที่ต้องผ่านความฉิบหายวายป่วงของการปฏิวัติวัฒนธรรม ต้องเสียพ่อที่ถูกโจมตีเป็นพวกเจ้าที่ดินจนตาย เสียลูกสาวเพราะคลั่งประธานเหมา สามีถูกโจมตีทั้งๆ ที่เป็นสมาชิกพรรค ลูกชายกลายเป็นพวกหัวรุนแรง
ค่ำวันนั้นพ่อแม่ลูกทุ่มเถียงกันเรื่องการปฏิวัติ แล้วแม่ของเขาก็โพล่งขึ้นมาว่า ประธานเหมาควรหยุดทำตัวเป็นเจ้าลัทธิให้คนบูชาซะที และควรจะหยุดใส่ร้ายและรื้อฟื้นคุณงามความดีของหลิวซ่าวฉี ทั้งยังฉีกรูปประธานเหมาเผาทิ้งอีก
ลูกชายได้ยินแม่ตำหนิประธานเหมาก็แค้นจนแทบบ้า หน้ามืดตามัวไม่คิดว่าแม่เป็นแม่อีก แต่เป็นปีศาจร้ายศัตรูทางชนชั้น ถึงขั้นด่าทอเป็นสุนัขแล้วขู่จะทำร้ายแม่ตัวเองถ้าไม่ยอมกลับคำพูด แต่แม่ไม่ยอม ส่วนพ่อแทนที่จะเข้าข้างเมีย ตัวเองก็ถูกทำร้าย เพราะการปฏิวัติเหมือนกัน กลับพลอยเห็นดีเห็นงามกับลูกชาย ช่วยกันไปฟ้องเจ้าหน้าที่ให้มาจัดการแม่กับเมียตัวเอง
ครั้นทหารมาถึงก็จัดการซ้อมแม่ของเขา จับมัดเสียแน่นจนกระดูกลั่น แล้วนำตัวไปขัง ศาลตัดสินให้ประหารชีวิตข้อหาโจมตีประธานเหมา แล้วประหารด้วยการยิงเป้าในเดือน เม.ย.ปีนั้น
แทนที่จางหงปิงจะโล่งใจที่ได้กำจัดศัตรูทางชนชั้น นับแต่นั้นเขากลับทุกข์ทรมานแสนสาหัสเฝ้าโทษตัวเองว่าเป็นลูกอกตัญญูเป็นเหตุให้แม่ต้องตาย หลายครั้งที่เขาฝันถึงแม่ ก็จะคุกเข่าขอโทษทั้งน้ำตา แต่แม่ไม่เคยเอ่ยปากพูดกับเขาเลย
ผลของการปฏิวัติวัฒนธรรมมีคนถูกทำร้ายถึง 36 ล้านคน ยอดตายยังไม่แน่ชัดแต่คาดว่าประมาณ 1.5-2 ล้านคน แต่หนึ่งในเหยื่อที่รอดชีวิตมาได้ เป็นคนช่วยสยบความบ้าคลั่ง และนำจีนเข้าสู่ยุคใหม่ คือ เติ้งเสี่ยวผิง นั่นเอง







