posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (47)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (47)

22 พฤษภาคม 2559

เนื่องจากปัจจุบันผืนป่าของเมืองไทยถูกทำลายจนเป็นที่น่าวิตก โดยพื้นที่ของป่าไม้เหลือเพียง 102 ล้านไร่

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

เนื่องจากปัจจุบันผืนป่าของเมืองไทยถูกทำลายจนเป็นที่น่าวิตก โดยพื้นที่ของป่าไม้เหลือเพียง 102 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 31.78 ทำให้ระบบนิเวศแปรปรวน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ดังพระราชกระแสตอนหนึ่งในหนังสือ “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ปิยชาติ รัตนนารีศรีสยาม” ความตอนหนึ่งว่า

“เราต้องรักษาป่าธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ภัยแล้งและอุทกภัยเกิดขึ้นทุกปี เพราะเราทำลายธรรมชาติ”

พระองค์ทรงตระหนักดีว่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ดังพระราชดำรัสในการบรรยายเรื่อง “ประสบการณ์การพัฒนาชนบทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ในการสัมมนาความสัมพันธ์ไทย-จีน ครั้งที่ 7 ประจำปี 2553 ณ ห้องสมานฉันท์ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2553 ความตอนหนึ่งว่า

“ถ้าเราทำลายสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นแหล่งกำเนิด หรือแหล่งที่เราพบพืชพันธุ์ธรรมชาติเหล่านี้ ถ้าทำลายป่าทำลายน้ำไปหมดแล้วเราจะเอาอะไรกินกัน”

ด้วยเหตุนี้เอง พระองค์จึงไม่เพียงให้การสนับสนุนและทรงรับช่วงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติไว้เท่านั้น แต่ยังเสด็จพระราชดำเนินศึกษาธรรมชาติด้วยพระองค์เอง เช่น เมื่อวันที่ 23-25 เม.ย. 2536 ทรงศึกษาธรรมชาติวิทยาที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร และเมื่อปี 2538 เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปทรงศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าที่วนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (47)

 

ในการเสด็จฯ ไปทรงศึกษาสภาพป่าด้วยพระองค์เอง นอกจากจะเป็นการจุดประกายให้ราษฎรเกิดความตระหนักในความสำคัญของป่าและสัตว์ป่า จนเกิดความตื่นตัวในอันที่จะกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อหยุดยั้งการทำลายป่าไม้และสัตว์ป่าหลายประการ พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ให้รู้จักการเที่ยวป่าอย่างถูกวิธี โดยทรงทำพระองค์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และมีพระราชปรารภไม่ให้ปลูกเพิงพักเพื่อประทับแรม ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายสภาพธรรมชาติและในการเสด็จฯ เข้าไปในป่าลึก ก็ทรงจำกัดไม่ให้ขบวนตามเสด็จใหญ่โตเกินไป ด้วยทรงเกรงว่าเสียงและกลิ่นของมนุษย์จะไปรบกวนสัตว์ป่า

นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะปลูกฝังให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาลักษณะนิสัยในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหลายอย่าง เดินตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการปลูกฝังและสร้างจิตสำนึก คือ สอนให้เด็กนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความงดงาม ความน่าสนใจของธรรมชาติ ดังพระราชดำรัสในการบรรยายดังกล่าวข้างต้น ความตอนหนึ่งว่า

“ในเรื่องการพัฒนาสิ่งแวดล้อมนี้ก็ตั้งใจให้เด็กปฏิบัติ และศึกษาเพื่อให้รู้จัก และจะได้รักสิ่งนั้น เพราะสังเกตเห็นจากนักวิชาการใหญ่ๆ คนไหนที่ค้นคว้าเรื่องอะไร เขาก็จะรักสิ่งนั้น อย่างบุคคลที่วิจัยเรื่องมดเขาก็จะรักมด บางทีเราไปหาเขาว่าจะหาทางอย่างไรที่จะกำจัดมดถ้าเราศึกษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว เราก็จะรัก สนใจ และเกิดความปีติที่จะศึกษาและอนุรักษ์ต่อไป เพราะเรารักทรัพยากรธรรมชาติ”

งานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีหลากหลายโครงการ และมักประกอบเป็นหนึ่งแผนงานหรือโครงการในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท