posttoday
ก้าวต่อไปของ คสช.

ก้าวต่อไปของ คสช.

22 พฤษภาคม 2559

วันที่ 22 พ.ค.นี้ จะเป็นวันครบรอบ 2 ปี ของการเข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

วันที่ 22 พ.ค.นี้ จะเป็นวันครบรอบ 2 ปี ของการเข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยสาเหตุหลักของการตัดสินใจยึดอำนาจในครั้งนั้น คือ การผ่าทางตันทางการเมือง ยุติความขัดแย้งและความรุนแรงของคนในชาติ และต้องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น

ไม่มีใครกังขาในเรื่องความตั้งใจและความพยายามของ คสช.ที่จะแก้ไขปัญหาของชาติ แต่เนื่องจากปัญหามีมากมายและหยั่งรากลึก ทำให้การดำเนินการในเรื่องต่างๆ ไม่สามารถทำให้สะดวกรวดเร็ว ในช่วง 2 ปีของรัฐบาล คสช.เจอปัญหาใหญ่ที่จะต้องบริหารประเทศคู่กันไป คือ ต้องทำให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ การเมืองนิ่ง ปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ อีกทั้งก็จะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างหนักหนาสาหัสด้วย

ปัญหา 2 เด้งที่รัฐบาล คสช.เจอนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ไม่เก่งด้านเศรษฐกิจ จึงยกงานด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ที่มีความรู้และความสามารถในด้านนี้มาบริหาร แม้จะมีการเปลี่ยนทีมงานเศรษฐกิจจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มาเป็นนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ ก็ไม่ได้ทำให้รูปแบบการบริหารเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปมากนัก เนื่องจากสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ได้เอื้ออำนวยให้ทำอะไรได้มากนัก นอกจากการพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดลงไป

ไม่ว่าจะทำโพลครบรอบ 1 ปี หรือ 2 ปีของรัฐบาล คะแนนความนิยมในตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ลดลง ประชาชนยังคงให้ คสช.สอบผ่านในการบริหารประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้พึงพอใจกับปัญหาการเมืองที่สงบ ไม่มีการออกมาประท้วงตามท้องถนน ทำให้มีการเคารพกฎหมายกันมากขึ้น แต่ยังไม่เกิดการปรองดองที่แท้จริงขึ้น รัฐบาลห้ามไม่ให้มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของพรรคการเมืองและประชาชนบางกลุ่มบางพวก

ปัญหาการเมืองยังไม่อยู่ในขั้นที่เรียบร้อยมากนัก ความเห็นต่างทางการเมืองยังคงอยู่ มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเป็นระยะ และพยายามดึงต่างชาติให้เข้ามาแทรกแซงการเมืองในประเทศ สถานการณ์เหมือนเป็นการรอเวลาที่จะเกิดการปะทุความรุนแรงขึ้นมาอีก ซึ่งเรื่องนี้ต่างชาติเองก็จับตามองอยู่ เห็นการส่งสัญญาณมาจากสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของประเทศอย่าง เอสแอนด์พี (สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์) ก็จับจ้องมองอย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่ออันดับความน่าเชื่อถือและเรตติ้งของประเทศไทยด้วย

ด้านเศรษฐกิจนั้น ปัญหาปากท้องประชาชนรุนแรงขึ้น จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ถล่มเกษตรกร เป็นเหตุให้หนี้ครัวเรือนสูงและการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ผล ไม่ว่ารัฐบาลจะใช้โครงการประชารัฐ ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ใช้มาตรการภาษีกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน ก็ยังไม่สามารถดึงเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาได้มากนัก

อย่างไรก็ดี เวลาที่ผ่านไปก็ไม่อาจเรียกกลับมา สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำคือ การมองไปข้างหน้าและดำเนินการตามพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนในเรื่องการปฏิรูปด้านต่างๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลเริ่มดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่จบสิ้นกระบวนการ เช่น การปฏิรูปการเมือง การศึกษาเศรษฐกิจ ฯลฯ

นอกจากนี้ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่จะใช้เป็นหัวหอกในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลก็จะต้องเร่งผลักดันออกมาให้ได้ เพราะนี่เกือบจะเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยดึงให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีเงินหมุนเวียนในระบบเกิดการจ้างงานและการบริโภค ส่วนปัญหาปากท้องประชาชนและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเป็นปัญหาที่รัฐบาลจะต้องทำคู่กันไปนับจากนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท