
ปรับลุคเทศกิจรีดไถไล่จับนร.
อำนาจเทียบสารวัตรนักเรียนลุยส่องเด็กหนีเรียนส่งตำรวจโพสต์ทูเดย์
— เทศกิจปรับภาพลักษณ์ใหม่ เลิกรีดไถแม่ค้า หันไล่กวดนักเรียนแทน อึ้งพบโจ๋ลอบเสพเมถุนกลางสวนรถไฟอื้อซ่านายมานิต เตชอภิโชค รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ได้ลงนามเอ็มโอยูร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่เทศกิจในโครงการเทศกิจพิทักษ์นักเรียน ปีละ 200 คน เพื่อทำหน้าที่สอดส่องดูแลความประพฤติ ของเด็กนักเรียนทั่ว กทม.
ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เนื่องจากปัจจุบันปัญหาเด็กหนีเรียน เด็กติดเกม ยกพวกทะเลาะวิวาท และมั่วสุมในทางชู้สาว เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
นายมานิต กล่าวอีกว่า โครงการเทศกิจพิทักษ์นักเรียนเป็นหนึ่งในนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องการเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลรีดไถผู้ค้าหาบเร่แผงลอย จึงมีการเพิ่มบทบาทใหม่ด้วยการทำประโยชน์เพื่อสังคม
รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน เช่น โครงการเทศกิจอาสาจราจร เทศกิจพาน้องข้ามถนน เทศกิจเพื่อนชุมชน เป็นต้น
“
ท่านผู้ว่าฯ กทม. ต้องการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของเทศกิจให้เป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น ไม่ใช่รีดไถแต่แม่ค้าอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาเกิดปัญหาร้องเรียนเรื่องนี้มามาก” นายมานิต กล่าวรองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เทศกิจพิทักษ์นักเรียนที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวจะต้องผ่านการฝึกอบรมเป็นเวลา 3 วัน โดยจะมีอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่เทียบเท่าสารวัตรนักเรียน โดยจะสวมปลอกแขนเป็นสัญลักษณ์ และจะไม่พกพาอาวุธแต่อย่างใด เมื่อจับกุมนักเรียนที่กระทำผิดได้จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ จากนั้นจะเชิญพ่อแม่ผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของบุตรหลาน
“
เทศกิจทั้ง 200 คน จะถูกส่งไปประจำการตามจุดล่อแหลมต่างๆ ทั่วพื้นที่ กทม. เช่น สวนสาธารณะ ศูนย์การค้า สถานบันเทิง ร้านเกมอินเทอร์เน็ต ซึ่งภายหลังจากตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) พบว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กนักเรียนที่หนีเรียนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องขับรถกอล์ฟคอยกวดจับและเป่านกหวีดเพื่อกดดันเด็กนักเรียน” นายมานิต กล่าวอย่างไรก็ตาม ผลการปฏิบัติงานตามโครงการเทศกิจพิทักษ์นักเรียน ล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) มีนักเรียนหนีเรียนเข้ามาใช้สถานที่มากที่สุด จำนวนมากถึง 42 คน รองลงมา คือ สวนจตุจักร จำนวน 23 คน ทั้งหมดเป็นกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาจากหลายโรงเรียน







