
ทบทวนตัวเอง
ปฏิกิริยาจากสังคม แม้แต่ญาติผู้ต้องหาเองต่างรุมตำหนิการทำหน้าที่ของสื่อทีวีหลายสำนัก ที่ถ่ายทอดสดเหตุการณ์
ปฏิกิริยาจากสังคม แม้แต่ญาติผู้ต้องหาเองต่างรุมตำหนิการทำหน้าที่ของสื่อทีวีหลายสำนัก ที่ถ่ายทอดสดเหตุการณ์เจรจาของเจ้าหน้าที่ที่เกลี้ยกล่อมไม่ให้นายวันชัย ดนัยตโมนุท อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ฆ่าตัวตาย โดยใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะภายในโรงแรมย่านสะพานควาย สะท้อนให้เห็นถึงความตกต่ำที่สื่อได้นำเสนอภาพความรุนแรง ละเมิดจรรยาบรรณเพียงเพื่อหวังเรตติ้ง
เราไม่เห็นด้วยกับการถ่ายทอดสดแช่ภาพหลายชั่วโมง โดยอ้างว่าเพื่อบันทึกเหตุการณ์ไว้ หรือพยายามแก้ตัวต่างๆ นานาว่า ต้องการเอาใจช่วยนายวันชัยไม่ให้ฆ่าตัวตาย เพราะภาพที่ถูกส่งต่อออกไป ไม่เฉพาะในจอทีวี ยังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์จนสร้างยอดวิวให้ประชาชนเข้ามาดูเป็นจำนวนมาก ได้กระตุ้นอณูความรุนแรงกับผู้ที่ดูการถ่ายทอด โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน กระทั่งประชาชนทั่วไป
การแพร่ภาพความรุนแรงดังกล่าวขัดต่อจรรยาบรรณของสื่อทีวีเองข้อบังคับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย หมวดเรื่องจริยธรรม ระบุตอนหนึ่งว่า การนำเสนอข่าวสารต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์และโศกนาฏกรรมแก่ผู้ที่ตกเป็นข่าว ต้องคำนึงถึงประโยชน์แห่งสาธารณะ นอกจากนี้ ต้องไม่นำเสนอสิ่งที่เป็นภัยต่อสังคมหรือกระทบต่อสาธารณะ
มิเพียงแต่ละเมิดจรรยาบรรณสื่อ นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ยังตำหนิว่า สื่อมวลชนที่ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ถ่ายทอดสดภาพฆ่าตัวตายครั้งนี้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และอาจผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ทั้งหลายทั้งปวง มีเหตุผลอย่างเดียว ที่สื่อทีวีมุ่งมั่นนำเสนอภาพความรุนแรงนี้ ก็เพื่อสร้างจุดขายเรียกเรตติ้งจากความตาย
สิ่งที่ควรตำหนิอีกกรณี คือ การทำหน้าที่กำกับจรรยาบรรณสื่อทีวีของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
แม้ กสทช.จะออกหนังสือเตือนให้หยุดถ่ายทอดสดเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะอาจขัดต่อมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่ระบุห้ามแพร่ภาพที่ส่งผลกระทบต่อศีลธรรมอันดี แต่ก็ไม่ทันการณ์ ภาพปืนจ่อขมับถูกแพร่นานหลายชั่วโมงและกระจายหลายช่อง จนนายวันชัยใช้ปืนลั่นไกตัวเองจมในกองเลือด แต่ กสทช.เพิ่งออกหนังสือเตือนหลังจบเหตุการณ์ ไม่น่าเชื่อว่าองค์กรที่บริหารงบประมาณแสนล้านบาทจะทำหน้าที่กำกับดูแลได้เพียงเท่านี้
ประเด็นสื่อละเมิดสิทธิเกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ว่าการถ่ายภาพ ล่วงล้ำสิทธิส่วนบุคคล กระทบต่อญาติผู้เสียชีวิต ครั้งหลังสุดเป็นข่าวครึกโครมกรณี “ปอ ทฤษฎี” ที่ถูกวิจารณ์หนักถ่ายภาพละเมิดครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างชัดแจ้ง
บทเรียนเกิดขึ้นมาหลายครั้ง แต่สื่อก็ไม่เคยนำปัญหามาแก้อย่างจริงจัง เพราะถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ที่สำคัญ สื่อคิดว่าไม่มีญาติเหยื่อที่ได้รับผลกระทบรายใดจะหาญกล้าฟ้องสื่อ นี่ทำให้เราเห็นสื่อและสำนักข่าวบุคคลทั้งหลายละเมิดสิทธิอยู่ตลอด
ถึงเวลาหรือยังที่สื่อต้องยกระดับ สร้างมาตรฐานด้านจรรยาบรรณให้เป็นที่ยอมรับ อย่าทะนงตนว่าสื่อคือ ผู้ทรงอำนาจ มีอิทธิพล อยากนำเสนออะไรที่ละเมิดชาวบ้านก็ได้ อย่าลืมว่าทุกวันนี้สังคมตื่นตัว ตระหนักถึงสิทธิต่างๆ ของตัวเอง ดังนั้น พึงระวังด้วยว่า วันหนึ่งญาติเหยื่ออาจลุกขึ้นมาทวงสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพื่อเป็นตัวอย่าง เหมือนที่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่รักษาสิทธิ ไม่ให้ใครมาละเมิด ที่สุดแล้วหากสื่อไม่เร่งกวาดบ้านตัวเอง ระวังจุดเสื่อมจะมาถึงในไม่ช้า







