
เรื่องการกระจุกกับกระจาย ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
แม้ว่าตัวเลขและสถิติทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเมืองไทยในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา จะดูดีมีผลงานเป็นที่ปลาบปลื้มในความสำเร็จของการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยหน่วยงานของรัฐหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ครอบคลุมไปถึงการมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงขึ้น มีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีอัตราการหมุนเวียนและเติบโตที่ดีพอสมควรก็ตาม
แต่หากจะพิจารณาในด้านข้อเท็จจริงที่เราควรจะต้องตระหนักให้มากขึ้น ทั้งในปัจจุบันและอนาคตคือ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเหล่านี้ยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในไม่กี่จังหวัด หรือพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของไทยเท่านั้น ผมหมายถึงว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีจำนวนใกล้เคียงหรือมากกว่าสองล้านคนต่อปียังคงท่องเที่ยว พำนักอยู่ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา สมุย เชียงใหม่ หาดใหญ่ และกระบี่ เท่านั้นครับ ไม่ได้ไปไกลกว่านี้มากนัก
โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่พอจะเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติบ้างแล้ว อาทิ ชะอำ หัวหิน เชียงราย เขาหลัก เกาะช้าง หรือกาญจนบุรี ยังคงมีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนน้อยมาก ยกตัวอย่าง อ.หัวหิน ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนน้อยกว่าพัทยา กระบี่ หรือภูเก็ต ทั้งๆ ที่ อ.หัวหิน เป็นที่รู้จักในธุรกิจของการท่องเที่ยวระดับชาติกันมานานกว่าด้วยซ้ำไป ดังนั้น ผมคิดว่าเราควรที่จะหาแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่เหมาะสมมาใช้ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยให้มากขึ้นกว่าในปัจจุบันได้แล้วครับ
การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากเกินกว่าความสามารถของสาธารณูปโภคทั้งหลายจะรองรับได้ดีพอนั้น เป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปว่าได้ก่อให้เกิดปัญหาสะสมแบบต่อเนื่องตามมา อาทิ ปัญหาการจราจรที่ติดขัดทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา หรือบริเวณหาดป่าตอง ในทุกๆ วัน สภาพมลภาวะของอากาศเสียในเขตกรุงเทพฯ เชียงใหม่ที่เกิดจากการจราจรที่ติดขัด ปัญหาขยะล้นเมืองในเกือบทุกสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปัญหาอาชญากรรมและการหลอกลวงนักท่องเที่ยวที่ขยายตัว ทั้งจากกลุ่มคนร้ายทั้งชาวไทยและต่างชาติ และอีกประการสำคัญคือการเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางการท่องเที่ยว เช่น ธรรมชาติ ระบบนิเวศวิทยา หรือโบราณสถานที่สำคัญๆ เป็นต้น
ประเทศไทยเรานั้นในปัจจุบัน มีเส้นทางของการคมนาคมที่เป็นพื้นฐานของการท่องเที่ยวดีกว่าหลายประเทศในอาเซียนและเอเชียครับ เรามีสนามบินมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ เรามีถนนหนทางที่เชื่อมโยงทุกภูมิภาคของประเทศให้เดินทางถึงกันอย่างสะดวกสบายและปลอดภัยในระดับหนึ่ง เรามีระบบขนส่งสาธารณะที่มากพอเพียงกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งรถไฟ รถประจำทาง เรือ เครื่องบิน รวมไปถึงการเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังคงมีปัญหาในแหล่งท่องเที่ยวบางพื้นที่ที่เส้นทางคมนาคมและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานยังเข้าไม่ถึงหรือดีพอบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวบางจังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นต้น
นักท่องเที่ยวต่างชาติในบ้านเราในช่วงเวลานี้ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณที่เดินทางมาจากหลากหลายประเทศในพื้นภูมิภาคของทวีปเอเชีย ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึงกว่า 70% ของจำนวนนักท่องเที่ยว
ต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเรา ส่วนนักท่องเที่ยวต่างทวีปโดยเฉพาะยุโรปมีไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำไป ส่วนทวีปอเมริการวมกับออสเตรเลีย แถมด้วยแอฟริการวมกันยังไม่ได้ถึง 10% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยตามสถิติอย่างเป็นทางการของปีล่าสุดที่ผ่านมาครับ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวเอเชียเหล่านี้ยังไม่กระจายเข้าไปในพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น หัวหิน ชะอำ
เขาหลัก หรือกาญจนบุรี มากนัก หรือในบางพื้นที่ เช่น หาดใหญ่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวมาเลเซีย สิงคโปร์
ทั้งนี้ ในอนาคตควรที่จะพิจารณาหาแนวทางที่จะเฉลี่ยนักท่องเที่ยวชาวจีนจากพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น เช่น พัทยา ภูเก็ต เข้าไปบ้าง เพื่อสร้างความสมดุลและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ในภาคธุรกิจของเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนั้น ได้พยายามที่จะกระจายนักท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งไปยังสถานที่แห่งใหม่มานานแล้วครับ แต่ด้วยเงินงบประมาณที่มีจำนวนจำกัดจึงทำไม่ได้มากนัก แต่จะว่ากันไปในบางตลาดก็นับว่าประสบความสำเร็จพอสมควร อย่างเช่น จัดรายการแนะนำนักท่องเที่ยวอินเดีย เข้าไปท่องเที่ยวในกระบี่ หรือชี้ชวนให้ตลาดงานแต่งงานของอินเดียเข้าไปใช้พื้นที่แถบหัวหิน เป็นต้น
บางทีอาจจะถึงเวลาที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวของไทย ควรที่จะพิจารณาใช้งบประมาณด้านการตลาดมาใช้ในการทำ Awareness ของแหล่งท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน ชะอำ กาญจนบุรี เกาะช้าง ฯลฯ เป็นต้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับรู้มากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบ้านเราในอนาคตให้เข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวที่มีความพร้อมเรื่องโรงแรม สถานที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร การคมนาคมเหล่านี้บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำครับ บทเรียนสดๆ ร้อนๆ ที่เห็นกันอยู่ในการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่นิยมอยู่เพียงพัทยากับภูเก็ต เป็นสถานที่หลักและต่อมาเมื่อนักท่องเที่ยวเหล่านี้ลดจำนวนลงอย่างฉับพลัน ทำเอาธุรกิจท่องเที่ยวทั้งในพัทยาและภูเก็ตซวดเซลงไปทันทีครับ
ประเทศไทยของเรานั้นมีพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวกว้างใหญ่ไพศาลครับ สามารถตอบสนองรสนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เป็นอย่างดีครับ การที่หากเราสามารถกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวนอกเหนือไปจาก กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ หาดใหญ่ และกระบี่ได้แล้วจะเป็นประโยชน์อย่างมากในอนาคต ลองดูตัวอย่างการดำเนินงานในเรื่องนี้ของประเทศญี่ปุ่นเป็นแนวทางก็ได้ครับ







