posttoday
นโยบายเศรษฐกิจในฝัน (1)

นโยบายเศรษฐกิจในฝัน (1)

20 พฤษภาคม 2559

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

เมื่อเขียนวิจารณ์มากขึ้น ก็เริ่มมีคำถามกลับมาว่า แล้วถ้าจะต้องนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ ณ ขณะนี้ควรจะต้องทำอย่างไร? ผู้ถามมาคงจะมองว่าอย่าวิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว ควรมีคำตอบให้ด้วย ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะนี้ และในความเป็นจริง ด้วยบทบาทบางประการหากมีโอกาสก็เสนอแนวทางทุกครั้ง หรือแม้แต่ในตัวบทความที่เขียนนี้ ก็ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีทางออกตามกำลังสติปัญญาและข้อมูลที่มีอยู่

เมื่อพูดถึงข้อมูลทางเศรษฐกิจเรามักมองถึงข้อมูลภาพรวม ซึ่งสำคัญ ปฏิเสธไม่ได้ แต่สำหรับผู้เขียนข้อมูลอีกส่วนที่ต้องนำมาวิเคราะห์คือ ข้อมูลด้านจุลภาค ข้อมูลด้านผลลัพธ์ในเชิงการปฏิบัติตามนโยบาย ความเคลื่อนไหวของประเทศเพื่อนบ้าน มหาอำนาจ และอาจรวมถึงข้อมูลที่เป็นข้อคิดเห็นจากประชาชนบางส่วน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างหากที่ทำให้นโยบายเศรษฐกิจประสบความสำเร็จ ดังนั้นเมื่อถูกตั้งคำถามมาเช่นนี้ เลยคิดว่าจะใช้เนื้อที่ในคอลัมน์ประมาณ 3 ตอน เพื่อเขียนเรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจในฝัน” ซึ่งในความจริงแล้วไม่ได้คิดเองทั้งหมด เพียงแต่ได้รับฟังผู้เกี่ยวข้องในหลายๆ ด้าน ให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสีย และนำมาสรุปในที่นี้ ขอให้ผู้อ่านตีความเช่นนี้

ในตอนที่ 1 คงขอเริ่มต้นด้วยปัญหาโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไทยก่อนในภาพรวม ปัญหาของทั้งระบบเศรษฐกิจที่สะสมมานานแบ่งออกเป็น 4 ประการหลักๆ เอาแบบเข้าประเด็นเลย

1.ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ในการเข้าสู่ทรัพยากรเพื่อประกอบธุรกิจ ทำให้เรามีธุรกิจขนาดใหญ่จำนวนน้อยที่ค้ำยันระบบเศรษฐกิจของประเทศไว้ ณ ปัจจุบัน และสิ่งนี้ก็ให้ผลในตัวเลข เช่น จีดีพี ภาษีเงินได้ การจ้างงาน การแข่งขันในเวทีโดยการส่งออก ในสัดส่วนที่สูงมาก แต่เรามีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจำนวนมากที่มีปัญหา ประเทศไทยน่าจะติดอันดับประเทศที่มีเอสเอ็มอีมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ในส่วนนี้กลับเป็นภาระ มีความกระท่อนกระแท่นในการประกอบการไม่สามารถเข้าถึงทุนและพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง แต่มีผู้เกี่ยวข้องในประเทศจำนวนมากกว่า

2.การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างการส่งออก ซึ่งการส่งออกเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาตลอดหลายสิบปี วันนี้มี 3 ปัญหา คือ “มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นในอาเซียน ไม่สามารถพัฒนาตนด้านความสามารถทางแรงงานและเทคโนโลยีสู้ประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียได้ ด้านการศึกษาของคนส่วนใหญ่ในประเทศเพื่อวางโครงสร้างระยะยาวให้เป็นประเทศที่สามารถแข่งขันได้”

3.ความไม่แน่นอนด้านสินค้าเกษตร ขอเน้นว่าเป็นสินค้าเกษตรทั่วไป ไม่ใช่เกษตรอุตสาหกรรม เนื่องจากประเทศพัฒนาแล้วและมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในอาเซียนสามารถพัฒนาการเกษตรเข้าสู่ระบบเกษตรแบบอุตสาหกรรมที่ได้ผลผลิตสูงกว่าในต้นทุนต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด สำหรับประเทศไทยเพิ่งเริ่มต้นขยับ และเช่นเดิมจะกระทบคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร ยังหมายรวมถึงโครงสร้างการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร

4.ผู้ประกอบการพันธ์ุใหม่ หรือที่เรียกว่า นักรบเศรษฐกิจพันธ์ุใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีสูง สามารถสร้าง Startup Company ที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและขยายได้ทั้งโลก ซึ่งเป็น
กลุ่มผู้ประกอบการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจเช่นสหรัฐอเมริกาได้อย่างเด่นชัดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ขาดขบวนการอย่างเป็นระบบที่จะสามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ อย่างรวดเร็ว และขยายตัวได้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องใช้ทุนจำนวนมากในช่วงต้น มีความเสี่ยงสูง

ทั้ง 4 ประการนี้ เขียนขึ้นก่อน เพื่อให้เข้าใจร่วมกันว่า “ระบบเศรษฐกิจที่จะต้องเจริญเติบโตนั้นต้องตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ในประเทศ จึงเป็นระบบเศรษฐกิจเพื่อประเทศอย่างแท้จริง” และคนส่วนใหญ่เกินกว่า 80% หาได้ใน 4 ข้อข้างต้น เมื่อไม่มีคำตอบให้คนส่วนใหญ่ก็จะไม่รู้สึกว่าตนเองจะได้ประโยชน์อะไรจากนโยบายเศรษฐกิจ ต่อให้จีดีพีขยายตัวมากได้จริงๆ ประชาชน 80% ก็จะไม่ได้รู้สึกอะไรไปด้วย ไม่ได้รู้สึกดีกว่านโยบายประชานิยมที่เขาได้ทางตรงและทันที แม้จะมีความเสียหายใหญ่หลวงอย่างไรตามมาก็ตามที่วิพากษ์กันอย่างกว้างขวาง อย่าลืมว่าท่านที่วิจารณ์เรื่องความเสียหายทั้งหลาย อาจรวมถึงผู้เขียนด้วยในบางมุม ไม่ได้รับผลจากความเดือดร้อนต่างๆ ของคนกลุ่มนี้อย่างแท้จริง เราไม่เข้าใจเขา เราไม่ได้เดือดร้อนไปกับเขา เราจะตัดสินว่าเขาคิดไม่เป็นอย่างนั้นหรือ?

หากจะหยุดนโยบายแนวประชานิยม สิ่งที่รัฐบาลควรทำมากที่สุดตอนนี้คือหาทางสนับสนุนคน 4 กลุ่มข้างต้นให้ยืนให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมทันที โดยการให้มีส่วนร่วมจัดวางโครงสร้างของระบบทั้งหมดผ่านเวทีต่างๆ ไม่ใช่ฟังเฉพาะกลุ่มที่เข้าถึงศูนย์กลางอำนาจ เพราะนั่นคือ 5% ของคนทั้งประเทศนี้ โดยธรรมชาติหากขาดการมีส่วนร่วมของคนส่วนใหญ่ นโยบายเศรษฐกิจก็จะเอื้อต่อคนส่วนน้อยมากกว่า แล้วปัญหาเดิมๆ ก็จะมา

สำหรับผู้เขียน การมีนโยบายประเทศไทย 4.0 ขึ้นมา จึงเป็นเหมือนทางสว่าง และขอเรียกว่านโยบายเศรษฐกิจในฝัน เพราะมีทุกเรื่องที่ตอบปัญหาของคนส่วนใหญ่ 80% ของประเทศ แม้จะมาช้ามากในแง่การเป็นรัฐบาลพิเศษ และเป็นห่วงเพียงว่า แนวคิดเหล่านี้ในทางปฏิบัติสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่? ข้ามต่อเชื่อมโยงกับรัฐบาลต่อๆ ไปได้หรือไม่ เพราะบางเรื่องต้องใช้เวลามาก และบางเรื่องยังมีความคลางแคลงใจของการให้กลุ่มทุนสามารถกำหนดทิศทางต่างๆ ในรูปแบบความร่วมมือกับธุรกิจที่มีขนาดเล็กกว่า ผลออกมาเป็นอย่างไรอยู่ที่ความตั้งใจจริงของกลุ่มทุน ซึ่งต้องรอเวลาพิสูจน์

ครั้งหน้าจะลงรายละเอียดทุกข้อให้เห็นเชิงตัวเลข แต่ในความจริงแล้ว 4 ประการนี้ นโยบายประเทศไทย 4.0 ครอบคลุมอยู่แล้วถ้าทำได้จริง และต้องมีกฎหมายอีกหลายอย่างตามออกมาให้อยู่ในระบบที่มีการ
ต่อรองในระบบเศรษฐกิจได้ ข้อสรุปวันนี้เพื่อตอบคำถามของผู้ถาม คือ ทำนโยบายประเทศไทย 4.0 ให้สำเร็จ ปรับโครงสร้างกฎหมายให้ธุรกิจเล็กใหญ่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีกรอบ หากลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ 80% ที่ว่าในทันที และรัฐควรถอยออกมา ปล่อยธุรกิจแข่งขันกันบนกติกาที่ชัดเจนเอง อย่าเข้าไปแทรกแซง

“นโยบายประเทศไทย 4.0 แก้ปัญหา 4 เรื่อง ทำ Real Sector ให้แข็งแรงแบบกระจายตัว แบบนี้ถือเป็นเรื่องปฏิรูปได้หรือไม่?”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท