
คนงานอัคราฯฮือประท้วง คัดค้านคำสั่งปิดเหมืองทอง
ชาวบ้านรอบเหมืองทองอัคราร่วม 4,000 คน ก่อม็อบยื่นหนังสือถึงรัฐบาลค้านคำสั่งปิดเหมือง
ชาวบ้านรอบเหมืองทองอัคราร่วม 4,000 คน ก่อม็อบยื่นหนังสือถึงรัฐบาลค้านคำสั่งปิดเหมือง
ชาวบ้านกว่า 4,000 คน จาก 29 ชุมชน ในเขต จ.พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ที่อยู่รอบเหมืองทองบริษัท อัครา รีซอร์สเซส รวมทั้งพนักงานเหมืองทอง รวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจ.พิจิตรปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังข้อมูลที่แท้จริงจากชาวบ้านตัวจริงและพนักงานที่อยู่คลุกคลีกับการทำเหมือง เนื่องจากการสั่งปิดเหมืองจะส่งผลกระทบให้รายได้ของทั้ง 29 ชุมชนหายไปปีละ 3,000 ล้านบาท และจะทำให้มีคนตกงานถึง 2,000 คน
นายยุทธ ศรีทองสุข และนายสุรชาติ หมุนสมัย พนักงานเหมืองทองซึ่งเป็นแกนนำขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ที่ผ่านมามีผู้ต้องการขายที่ดินให้เหมืองทองในราคาแพงลิบลิ่ว แต่เหมืองทองอัคราไม่ซื้อ จึงได้รวมตัวกันออกมากล่าวเท็จอ้างสารพัดมลภาวะทั้งๆ ที่บ้านอยู่ห่างเหมืองทองมากกว่าที่ตั้งของชุมชนและบ้านของพนักงานบางคนเสียอีก
แกนนำปราศรัยอีกว่า นอกจากนี้ยังรวมถึงนักวิชาการที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ 5 ฝ่าย กลับทำตัวไม่เป็นกลาง ทำผลวิจัยมองในแง่ลบด้านเดียว รวมถึงให้ข้อมูลอันเป็นเท็จว่า น้ำและพืชผักในพื้นที่ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร มีสารพิษกินไม่ได้ ทั้งๆ ที่ในชีวิตประจำวันทุกคนก็กินน้ำ กินข้าว กินพืชผัก ที่อยู่รอบรั้วบ้าน แต่ก็มีชีวิตและมีสุขภาพแข็งแรง ตรงกันข้ามกลุ่มต่อต้านเหมืองทองที่เป็นคนพลัดถิ่นกลับแสดงตนว่าเจ็บไข้ได้ป่วยสารพัดโรค
นอกจากนี้ แกนนำยังอภิปรายว่ารัฐบาลเตรียมตำแหน่งงานให้กับคนงานนั้นเป็นตำแหน่งในโรงงานเย็บผ้า งานบริการตามร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ ซึ่งพนักงานเหมืองอัคราไม่สามารถทำได้ เพราะงานเดิมที่ทำอยู่คือ ขับรถสิบล้อ เป็นคนงานสำรวจ เป็นช่าง เป็นฝ่ายระเบิด และห้องแล็บเคมี การปิดเหมืองทองอัคราจะทำให้คนงานและครอบครัวรวมแล้วกว่า 5,000 คน ต้องลำบากและกระทบกับภาพรวมของเศรษฐกิจ จ.พิจิตร เพราะที่ผ่านมาเหมืองทองอัคราคือ ผู้จ่ายภาษีรายใหญ่ให้กับสรรพากรและแบ่งเงินค่าภาคหลวงปีละหลายร้อยล้านบาทให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง จ.พิจิตร และเพชรบูรณ์
ทั้งนี้ หลังจากใช้เวลาชุมนุมและตั้งเวทีปราศรัยประมาณ 2 ชั่วโมง กลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้ส่งตัวแทนมอบหนังสือให้ นายพิษณุ เสนาวิน รอง ผวจ.พิจิตร เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ส่งถึงรัฐบาลเพื่อพิจารณาต่อไป







