
การบริหารทุนสำรองฯ
โดย...ดร.อัมพร แสงมณี ธนาคารแห่งประเทศไทย
โดย...ดร.อัมพร แสงมณี ธนาคารแห่งประเทศไทย
ในช่วงที่ผ่านมาได้มีผู้แสดงความห่วงใยกรณีที่จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขยายขอบเขตการลงทุนของเงินสำรองระหว่างประเทศ
เงินสำรองฯ ถือเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่นานาชาติใช้ประเมินความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับประเทศในตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีหน้าที่บริหารจัดการเงินสำรองฯ ให้มีพร้อมใช้ทันการณ์ โดยยึดหลักการบริหารตามที่กฎหมายระบุไว้ คือคำนึงถึงความมั่นคง สภาพคล่อง และ
ผลตอบแทน และความเสี่ยงเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มีข้อกำหนดต้องนำเงินสำรองฯ ลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้แนวคิดของการรักษามูลค่าเงินสำรองให้มั่นคง ไม่ลดลง ในรูปมูลค่าในสกุลเงินบาท ไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ
ดังนั้น เมื่อไม่สามารถรักษามูลค่าของเงินสำรองระหว่างประเทศได้การบริหารเงินสำรองฯ จึงเน้นที่การดูแลให้มูลค่ามีความผันผวนน้อยที่สุด โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่หลากหลาย ราคาไม่ได้เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการกระจายการลงทุนจำเป็นต้องมีส่วนผสมที่เหมาะสม ระหว่างพันธบัตรต่างประเทศที่มีความปลอดภัย (ผันผวนต่ำ) กับสินทรัพย์ต่างประเทศประเภทอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น ทองคำ หุ้นต่างประเทศ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ซึ่งพบว่าตราสารทุนหรือหุ้นของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจหลักของโลกน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากมีความเสี่ยงคนละประเภทกับพันธบัตรต่างประเทศ
แล้วจะดูแลไม่ให้เกิดความเสียหายจากการลงทุนในหุ้นได้อย่างไร ขอเรียนว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเป็นรายบริษัท คงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ผู้ลงทุนสามารถควบคุมระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ โดย (1) ดูแลสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศทั้งหมดไม่ให้มากเกินไป และ (2) ลงทุนในลักษณะดัชนีตลาดหลักทรัพย์รวมของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจหลักของโลก ทั้งสองประเด็นจะทำให้ขนาดการลงทุนในรายบริษัทอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผลกระทบกรณีบางบริษัทประสบปัญหาอยู่ในระดับที่ไม่มีนัยสำคัญต่อพอร์ตการลงทุน
ที่สำคัญการขอแก้ไขกฎหมาย ธปท. เพื่อขยายขอบเขตการลงทุนของเงินสำรองฯ นี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ในลักษณะเดียวกับการตั้ง Sovereign Wealth Fund (SWF) ตามที่มีผู้แสดงความห่วงใย แต่มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุนเป็นสำคัญ







