posttoday
ตลาด Content

ตลาด Content

19 พฤษภาคม 2559

ในการประชุมนานาชาติของ ACBS หรือ Asia Content Business Summit ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดของผู้นำภาคธุรกิจในอุตสาหกรรม Content ของเอเชีย

ในการประชุมนานาชาติของ ACBS หรือ Asia Content Business Summit ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดของผู้นำภาคธุรกิจในอุตสาหกรรม Content ของเอเชีย

ผู้บริหารของสมาคม Digital Content ของญี่ปุ่น เอาข้อมูลน่าสนใจออกมาเปิดเผยครับ

ญี่ปุ่นจำแนก Content เป็น 4 สาขา สาขาแรก คือ หนังและรายการทีวี สาขาที่สอง คือ ดนตรี เพลงและสื่อด้านเสียง เช่น วิทยุ ส่วนสาขาที่สาม คือ เกมทุกชนิด และสุดท้ายสาขาที่สี่ คือ ภาพนิ่ง งานวรรณกรรม งานกราฟฟิกตัวอักษร

ญี่ปุ่นจำแนก Content ทั้งสี่สาขาข้างต้นว่า มีมูลค่าแต่ละช่องทางอย่างไร ...ผมเห็นว่าเป็นการทำข้อมูลที่ดี จึงขอเอามาแจกแจงต่อดังนี้ครับ

ญี่ปุ่นนับมูลค่าของสี่สาขาที่จัดจำหน่ายผ่านแผ่น CD DVD บลูเรย์ แผ่นเกม ตู้เกม และบรรดาสิ่งพิมพ์ หรือพูดง่ายๆ คือ สินค้า Content ที่ใช้มือจับต้องได้ แล้วพบว่าในปี 2014 ที่ผ่านมา รวมมูลค่าเป็นเงิน 4.6 ล้านล้านเยน หรือราว 1.5 ล้านล้านบาท ไทย!

แต่ถ้านับ Content เฉพาะที่จำหน่ายกันทางอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว ใช้มือจับต้องไม่ได้ เช่น ฟังเพลงออนไลน์ เล่นเกมออนไลน์ วารสารออนไลน์ ให้นับเพิ่มเข้าไปอีก 2.13 ล้านล้านเยน หรืออีก 7 แสนล้านบาทไทย

และถ้านับจากยอดจำหน่ายตั๋วเข้าชมในโรงหนัง โรงละครค่าธรรมเนียมร้องเพลงในคาราโอเกะ ค่าบัตรคอนเสิร์ต และรวมค่าหยอดตู้เล่นเกมในญี่ปุ่นกล่าวคือ ต้องออกจากบ้านไปเสพ Content ก็ให้บวกเพิ่มไปอีก 1.5 ล้านล้านเยน หรือ 4.9 แสนล้านบาท ไทย

สุดท้าย ถ้ารวมยอดที่สถานีทีวี-วิทยุ ทั่วญี่ปุ่น ทำรายได้จากการออกอากาศไม่ว่าจะทางเสาขาวแดง เคเบิ้ลทีวี ทีวีดาวเทียมต่างๆ ก็ให้บวกเพิ่มเข้าไปอีก 3.72 ล้านล้านเยน หรือ 1.2 ล้านล้านบาท ไทย!

น่าตื่นตาตื่นใจดีนะครับ เกาะเล็กๆ ที่มีประชากร 120 ล้านคน มากกว่าไทยไม่ถึง 2 เท่า แต่บริโภค Content กันมากขนาดนี้ คิดเป็นเงินไทยราวๆ 3.89 ล้านล้านบาท

ญี่ปุ่นอธิบายว่าปีนี้ สาขาภาพนิ่งและสิ่งพิมพ์ติดลบไป-0.1% เท่านั้น ที่เหลือโตขึ้นทั้งนั้น สาขาหนังและละครโตขึ้น 1.6% สาขาดนตรีและเพลงโตขึ้น 0.1% ส่วนเกมโต 6.2% และทั่วโลกก็เป็นในแนวทางนี้แหละ ขึ้นอยู่กับอัตราเติบโตของเทคโนโลยีสื่อสาร

มีคำอธิบายเพิ่มด้วยครับว่า ตลาดญี่ปุ่นหันมาบริโภค Content ผ่าน Internet สูงขึ้นมาก คือโต 12.3% เข้าโรงหนังก็มากขึ้น 3.7% ดูทีวีเพิ่ม 2.1% ที่ร่วงมาคือ สินค้าตามแผงลดลง 4.2%

ว่าแล้วญี่ปุ่นก็ไปทำความร่วมมือกับทั้งจีนและเกาหลีใต้ ศึกษาข้อมูลขนาดตลาดการบริโภค Content ใน 3 ประเทศ แล้วเทียบกัน พบว่าคนจีนบริโภค Content มากกว่าญี่ปุ่นนิดหน่อยเท่านั้น แต่คนญี่ปุ่นบริโภคมากกว่าคนเกาหลีใต้ถึง 3 เท่าตัว

ส่วนถ้าเทียบกับไทยแล้ว คนเกาหลีใต้บริโภค Content ต่างๆ มากกว่าไทย เป็นมูลค่าสูงกว่าแบบเทียบกันแทบไม่ติด แปลว่า ตลาดคนไทยภายในประเทศไทยยังจะบริโภค Content ได้มากกว่าปัจจุบันอีกแยะ

อีกข่าวดี คือทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สนใจฝีมือสร้าง Content ของคนไทยมากครับ! ฝีมือเราดี ถ่ายทำสวย

ข้อดีที่สอง คือทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีความสนใจในเนื้อเรื่องเล่าของลุ่มน้ำโขงมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนหนึ่งเพราะจีนหยุดพัฒนาการเล่าเรื่องเทพนิยาย ผีสางนางไม้มาเกือบ 50 ปี ญี่ปุ่นหยุดเล่าเรื่องสงครามสู้รบระหว่างประเทศมาเกือบ 50 ปี และเกาหลีก็เล่าเรื่องในเกาหลีจนเกือบหมดพุงแล้ว มิหนำซ้ำทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างก็มีข้อพิพาทระหองระแหงกันมาเรื่อย จึงมีความเกี่ยงงอนไม่ยินยอมให้ Contentของกันและกัน ฮิตติดเรตในระหว่างกันมากนัก เพราะลัทธิชาตินิยมในทั้งสามชาติ สามประวัติศาสตร์ ยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนระหว่างกันเสมอ

แต่สามชาตินี้ยังไม่ค่อยมีประเด็นอาเซียนเท่าไหร่ (ถ้าไม่ใช่เรื่องทะเลจีนใต้) และที่แน่ๆ คือไม่มีประเด็นขัดแย้งทางประวัติศาสตร์กับไทย มีแต่อยากจะร่วมมือกับไทย (ส่วนความวูบวาบของฝ่ายไทยนั้นเป็นอีกเรื่องนะครับ)

ความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุนของไทยกับ 3 ชาตินี้ก็ถือได้ว่ามากมาย...หลากหลาย และลึกซึ้ง มีฐานผูกพันกันมายาวนาน

หนังไทย ละครไทย เกมและการละเล่นแบบไทย แม้แต่วรรณกรรมไทย แม้แต่เรื่องอ่านเล่นของไทย ผมก็ยังเชื่อมั่นว่ามีตลาดคนจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ที่สนใจซ่อนรออยู่อย่างมากมาย

ถ้ารัฐไทยขยันแต่งสำเภา เอาผู้ค้าและช่างฝีมือด้าน Content ไทยไปเปิดตลาด ขยายตลาด จัดโปรโมชั่นกันใน 3 แผ่นดินข้างต้นนี้บ่อยๆ แปลงานให้เป็นภาษาทั้งสามนี้เพิ่มบ่อยๆ (เพราะภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาที่ 3 ชาตินี้พึ่งพามากนัก)

Content ไทย เป็นสินค้าส่งออกที่เป็นไปได้แน่นอน...ขอรับ...กระผม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท