posttoday
"ประเวศ"ชี้จุดอ่อนการศึกษาไทย

"ประเวศ"ชี้จุดอ่อนการศึกษาไทย

19 พฤษภาคม 2559

หมอประเวศ ชี้จุดอ่อนการศึกษาไทย เรียนจบ ทำงานไม่เป็น-ไม่อดทน-ขาดความรับผิดชอบ

หมอประเวศ ชี้จุดอ่อนการศึกษาไทย เรียนจบ ทำงานไม่เป็น-ไม่อดทน-ขาดความรับผิดชอบ

สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบการศึกษา มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดประชุมเวทีการศึกษากับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ในหัวข้อ “ทางเลือกของการเรียนรู้”

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ประธานที่ประชุมระบุ ว่า ประเทศไทยใช้ระบบการศึกษาทางเดียว โดยจุดอ่อนของผู้ที่จบการศึกษาในระบบของไทยคือ ทำงานไม่เป็น ไม่อดทน และไม่รับผิดชอบ

อย่างไรก็ดี พบว่าทักษะทั้ง 3 อย่างนี้มีอยู่ในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นถ้ามีแหล่งการศึกษาที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จะช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันมีทางเลือกของการเรียนรู้หลากหลายช่องทาง เช่น เครือข่ายบ้านเรียนที่กลุ่มพ่อแม่เป็นผู้จัดการศึกษาตามความสนใจของผู้เรียน การจัดการศึกษาของภาคเอกชนเพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน ขณะนี้มีภาคเอกชนกว่า 4แสนแห่ง ก็จะเป็นการเรียนรู้ด้านอาชีพที่สำคัญ รวมถึงรูปแบบวิทยาลัยชุมชนที่เน้นการเรียนรู้จากข้างล่างขึ้นบนเพื่อผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

“การแก้ปัญหาในเรื่องการศึกษาแบบเดิม ๆ มักติดขัดระเบียบทางราชการ หากเราสามารถรวบรวมผู้ที่มีศักยภาพในสังคม เพื่อจัดตั้งเป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์เพื่อการศึกษาแบบไม่เป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ พร้อมกับศึกษาถึงแนวทางที่จะปลดล็อกในเรื่องต่างๆโดยเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน น่าจะทำให้การแก้ปัญหาเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นจริงได้” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว

กนกพร สบายใจ รองเลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย เครือข่ายบ้านเรียน กล่าวว่า  การจัดการศึกษาแบบบ้านเรียน หรือ Home School เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นการจัดการศึกษาที่เน้นการพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียนเป็นตัวตั้งโดยสามารถจัดการศึกษาได้ถึง 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อช่วยลดช่องว่างการเรียนรู้โรงเรียนในระบบที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้เรียน อย่างไรก็ตามแม้ว่าการจัดการศึกษาทางเลือกสามารถทำได้ตามกฎหมายแต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีหน่วยงานของรัฐดูแลอย่างเป็นระบบเท่าที่ควร   

สุภาวดี หุตะสิง ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนเอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เนื่องจากภาคธุรกิจมีการแข่งขันกันสูงและต้องการพนักงานที่ตรงกับสายงานของบริษัท ขณะเดียวกันยังเป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส จึงได้ริเริ่มจัดการศึกษาในรูปแบบของศูนย์การเรียนรู้ขึ้นในสถานประกอบการ หลักสูตรปวช. 2 วิชาคือ วิชาพาณิชยกรรมสาขาธุรกิจค้าปลีก และวิชาคหกรรมสาขาอาหารและโภชนาการ โดยจะเรียนวิชาการสัปดาห์ละ 2 วันและฝึกปฏิบัติจริงที่ร้านสาขา 4 วัน จบแล้วมีงานทำบรรจุเป็นพนักงานของเอสแอนด์พี ปัจจุบันเปิดรับเป็นรุ่นที่ 10 แล้ว มีนักเรียนเฉลี่ยปีละ 200-250 คน ทั้งนี้ได้มีระบบแนะแนวและการทดลองเรียนที่ร้านเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าสู่ระบบของศูนย์การเรียนทำให้ลดจำนวนการหลุดออกจากระบบของผู้เรียน
 
ศิระพจต์ จริยาวุฒิกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสระแก้ว กล่าวว่า วิทยาลัยเปิดสอนในระดับอนุปริญญา เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับคนในชุมชนได้เรียนใกล้บ้าน โดยหลักสูตรการสอนจะมาจากความต้องการของผู้เรียนที่ตรงกับแนวโน้มการมีงานทำในชุมชน เช่น โลจิสติกส์และการค้าชายแดน การสาธารณสุขชุมชน การเกษตรอินทรีย์ ภาษากัมพูชาเพื่อผุ้ประกอบการ เป็นต้น อย่างไรก็ตามอุปสรรคในการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนคือ การขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษา และการรับรองมาตรฐานของหลักสูตร จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยจัดการในส่วนนี้ด้วย

เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส.กล่าวว่า เวทีนี้เป็นการรวบรวมกรณีศึกษาที่ดี ปัญหา และช่องว่างที่เกิดขึ้นเพื่อนำสู่การจัดการ ซึ่งมีทั้งกรณีศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อวางยุทธศาสตร์และมีความยืดหยุ่น ไม่เป็นทางการเพื่อเชื่อมโยงทั้งตัวระบบและองค์ความรู้ในการทำงานร่วมกัน

อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสูงสุดโรงเรียนสัตยาไส กล่าวว่า มนุษย์เราทุกคนต้องการความสุข มันไม่เกิดประโยชน์อะไรหากการเรียนรู้เต็มไปด้วยความเครียด เด็กจะเบื่อและกลายเป็นการเรียนรู้ที่ล้มเหลว จึงต้องสร้างความสุขให้กับนักเรียน โดยให้โอกาสเด็กทุกคนได้ทำในสิ่งที่อยากทำ อยากเรียน ซึ่งระบบการศึกษาในปัจจุบันยังต้องให้เรียนรู้เพื่อสอบโอเน็ต ดังนั้นวิธีการเรียนรู้อย่างมีความสุขควรเริ่มต้นจากสิ่งที่เด็กชอบ สิ่งที่เด็กรัก แล้วค่อยบูรณาการกับสิ่งอื่นๆเข้าไป เช่นบูรณาการกับวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ครูจึงมีบทบาทสำคัญเพื่อออกแบบการเรียนรู้ให้สนุก เข้าใจและก้าวหน้าไปด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท