
อุปโภคบริโภคโตต่ำสุด10ปี
กันตาร์ฯ เผยสินค้าไม่คงทนน่าห่วง หลังส่งออก-กำลังซื้อยังชะลอ คาดสิ้นปีโต 1-2% ต่ำสุด 10 ปี
กันตาร์ฯ เผยสินค้าไม่คงทนน่าห่วง หลังส่งออก-กำลังซื้อยังชะลอ คาดสิ้นปีโต 1-2% ต่ำสุด 10 ปี
นายคาเร็ต อิลิส ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคเชิงลึก เปิดเผยว่า ภาพรวมกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีอัตราการบริโภคสูง (เอฟเอ็มซีจี) หรือสินค้าใช้แล้วหมดไปไม่คงทนปีนี้ คาดจะเติบโต 1-2% เท่านั้น ทำให้ภาพรวมเอฟเอ็มซีจีจะขยายตัวต่ำสุดรอบ 10 ปี เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยน่าเป็นห่วง เช่น การส่งออก ราคาพืชผลเกษตรต่ำ ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วง
สำหรับภาพรวมของเอฟเอ็มซีจี ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (นับจากเดือน เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) มีอัตราเติบโต 1.8% เนื่องจากมีหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยอดขายลดลงต่อเนื่อง โดยกลุ่มที่ยอดขาย
ลดลง 10-20% คือ ชาพร้อมดื่ม ชาสำเร็จรูป เครื่องธัญพืช นมพาสเจอร์ไรซ์ ครีมเทียมสำหรับกาแฟ ใบมีดโกน และโทนเนอร์ ส่วนกลุ่มที่โตกว่า 10% คือ กระดาษเช็ดหน้า ผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ผลิตภัณฑ์มาสก์หน้า นมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด และกาแฟพร้อมดื่ม
นอกจากนี้ พบว่าพฤติกรรมการซื้อยังลดความถี่ และค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเห็นได้จากภาพรวมไตรมาสแรกที่ผ่านมา ผู้บริโภคซื้อสินค้าเอฟเอ็มซีจีในไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ตเหลือ 21 ครั้ง ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2557 หรือช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 27 ครั้ง
ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับช่องทางร้านสะดวกซื้อ ที่การซื้อสินค้าเอฟเอ็มซีจีเหลือ 36 ครั้ง จาก 37 ครั้ง และช่องทางร้านโชห่วยเหลือ 127 ครั้ง จาก 133 ครั้ง ส่วนยอดขายใช้จ่ายต่อครั้งปรับเพิ่มเล็กน้อย โดยในส่วนของช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ตมีการใช้จ่ายเฉลี่ยครั้งละจาก 252 บาท เป็น 257 บาท ช่องทางคอนวีเนียนสโตร์ ใช้จ่ายเพิ่มจากครั้งละ 93 บาท เป็น 95 บาท ช่องทางร้านโชห่วย จ่ายต่อครั้งลดลงจาก 52 บาท เหลือ 51 บาท เนื่องจากห้างค้าปลีกทำโปรโมชั่นมาชิงส่วนแบ่งไป
นายคาเร็ต กล่าวต่อว่า ภูมิภาคที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อดีที่สุดตอนนี้ คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนภาคที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ ภาคใต้ เนื่องจากราคายางตกต่ำ และมีปัญหาความไม่สงบมากระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค
อย่างไรก็ดี แม้ภาพรวมสินค้าเอฟเอ็มซีจีของไทยในไตรมาสแรกจะโตเพียง 1.8% แต่ก็ถือว่าดีกว่าในหลายประเทศ เช่น มาเลเซียติดลบ 1.4% ไต้หวันเติบโต 0.7% และอินโดนีเซียเติบโต 1%







