
"บิ๊กตู่"พอใจภารกิจเยือนรัสเซีย
นายกฯพอใจเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ กระชับสัมพันธ์ทางการทูตจ่อฉลองครบรอบ 120ปี ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 5 เท่าใน 5 ปี เสนอขายสินค้าเกษตร ชวนมาลงทุนซูเปอร์คลัสเตอร์ เขตเศรษฐกิจพิเศษ
นายกฯพอใจเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ กระชับสัมพันธ์ทางการทูตจ่อฉลองครบรอบ 120ปี ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 5 เท่าใน 5 ปี เสนอขายสินค้าเกษตร ชวนมาลงทุนซูเปอร์คลัสเตอร์ เขตเศรษฐกิจพิเศษ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าพบหารือกลุ่มเล็กกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี และหารือทวิภาคีเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ซึ่งได้ยืนยันจะเดินหน้าฉลองครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตรัสเซีย - ไทย และหวังว่าในอนาคตทั้งสองประเทศจะมีศักยภาพในการพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวในการร่วมกันแแถลงข่าว กับ นายเมดเวเดฟ ว่า การเยือนสหพันธรัฐรัสเซียครั้งนี้เป็น 2 ภารกิจสำคัญ เยือนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟ และการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - รัสเซีย สมัยพิเศษ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน พร้อมขอบคุณรัฐบาลรัสเซียที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่เป็นบ้านเกิดของ 2 ผู้นำ โดยไทยและรัสเซียเห็นพ้องที่จะร่วมกันฉลองวาระครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า จะมีการจัดแสดงของขวัญที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแก่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซียด้วย ตลอดจนเห็นพ้องที่จะร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่ศักราชใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นทิศทางความร่วมมือที่สำคัญในอนาคต ที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของไทยและรัสเซียในการก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน โดยผู้นำทั้งสองได้หารือถึงแนวทางในการขยายความร่วมมือระหว่างกัน
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าพบหารือกลุ่มเล็กกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี และหารือทวิภาคีเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย โดยได้หารือเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ โดยที่ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะยกระดับมูลค่าการค้าให้สูงขึ้น โดยเห็นพ้องกันที่จะผลักดันให้มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น 5 เท่า ภายใน 5 ปี (หรือ1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งกลไกเพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐและเอกชนมีการเจรจาการซื้อขายสินค้าและบริการประเภทต่าง ๆ ระหว่างกันให้มากขึ้น พร้อมกับสนับสนุนข้อเสนอของรัสเซียที่เสนอขายสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของรัสเซีย เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมไทย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ขอให้รัสเซียพิจารณาการนำเข้าสินค้าทางการเกษตร และอาหารจากไทยมากขึ้น เนื่องจากไทยเป็นเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของโลก ซึ่งสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้แก่รัสเซีย ตลอดจนเชิญชวนให้รัสเซียเข้าไปลงทุนในซูเปอร์คลัสเตอร์ และเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล อากาศยาน เทคโนโลยีชีวภาพ และนาโนเทคโนโลยี และใช้ไทยเป็นประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อให้ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยยืนยันรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงด้านกฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน
พร้อมได้สนับสนุนไทยในการจัดทำ FTA ระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย เพื่อสร้างโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนแสดงความยินดีที่บริษัท ปตท. ของไทย ได้ลงนามใน MOU กับภาคเอกชนของรัสเซีย ซึ่งจะครอบคลุมธุรกิจในหลายรูปแบบ ทั้งการลงทุน การร่วมลงทุนเพื่อการสำรวจและผลิต และการซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่าง ๆ ทั้งในรัสเซีย ไทย และประเทศที่สาม
นอกจากนี้ ในการหารือกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ได้มีการตกลงให้การบินไทยกลับมาเปิดเที่ยวบินกรุงเทพฯ - มอสโก อีกครั้งในปลายปีนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่าตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียเป็นตลาดที่มีศักยภาพ
ทั้งนี้ ภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้ จะเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่โซชิ เพื่อหารือและพูดคุยถึงแนวทางในการดำเนินความสัมพันธ์เพื่อสานต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ให้พัฒนายิ่งขึ้นต่อไป
พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทางการไทยที่ติดตามมากับคณะนายกรัฐมนตรีถึงผลสำเร็จการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ กล่าวพอใจการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ และยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากรัสเซีย โดยการเยือนครั้งนี้เป็นการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทย หลังจากที่ว่างเว้นมา 11 ปี และในโอกาสที่จะครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย-รัสเซีย ในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เตรียมการเฉลิมฉลองในวาระดังกล่าวไว้แล้ว โดยเฉพาะในด้านวัฒนธรรม
ทั้งนี้ การเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ โดยปกติแล้วสหพันธรัฐรัสเซียจะจัดขึ้นที่กรุงมอสโก แต่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีรัสเซียให้เกียรติจัดขึ้นที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เนื่องจากเป็นเมืองที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก ทั้งจากการที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นบ้านเกิดของทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และยังมีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยกับรัสเซีย โดยเมื่อ 119ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนจักรวรรดิรัสเซียที่เมืองแห่งนี้ และยังได้รับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในฐานะผู้แทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อปี ค.ศ 2007 ในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 110 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
การเดินทางมาในครั้งนี้ รองผู้ว่าการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กให้เกียรติมาต้อนรับและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ โดยในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีรัสเซียครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 หลังจากที่เคยพบหารือมาแล้วที่การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 25 การประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงเนปิดอว์ การเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนเมษายน2558 และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 23 โดยครั้งนี้ได้หารือกันในหลายเรื่อง เพื่อให้การลงนามในวันนี้เป็นรูปธรรมได้โดยเร็ว
การลงนามความตกลงในวันนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากถือได้ว่าเป็นหลักการในความร่วมมือ เช่น ความมั่นคง เศรษฐกิจ มั่นคง พลังงาน ก่อนการเดินทางเยือนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจได้เดินทางมาเพื่อเตรียมความพร้อม ปูทาง และกระชับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การมาครั้งนี้เป็นคำตอบว่าเราไปทุกประเทศ เพื่อเป็นทางเลือก ประเทศไทยต้องเป็นได้ทั้งประเทศเกษตรกรรม อุตสาหกรรมเบาและหนัก แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ด้านการศึกษา มีนักศึกษาไทยมาศึกษาในรัสเซียจำนวนมาก โดยเฉพาะจากการที่รัสเซียให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนไทยไปศึกษาต่อที่รัสเซียปีละ 20 ถึง 40 ทุน อีกทั้งปัจจุบัน มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย 3 แห่งมีการสอนภาษารัสเซีย รวมทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัสเซียหลายแห่งมีการสอนภาษาไทยเช่นเดียวกัน
ในส่วนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงอวกาศนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยยังไม่มีความรู้มากนัก จึงต้องเรียนจากประเทศที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ เช่น รัสเซีย
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวให้กำลังใจนักกีฬาวอลเลย์บอล โดยเห็นว่าไทยต้องสนับสนุนการกีฬาอย่างรอบด้านทั้งจิตวิทยา วิทยาศาสตร์การกีฬา สภาพร่างการ ความสมบูรณ์







