
เจริญสั่งลุยเพิ่มสาขาบิ๊กซี
บิ๊กซีเผยหลังเสี่ยเจริญเข้าซื้อกิจการแนวโน้มธุรกิจขยายตัวเร็วขึ้น ประกาศลุยสาขาใหม่ต่อเนื่อง
บิ๊กซีเผยหลังเสี่ยเจริญเข้าซื้อกิจการแนวโน้มธุรกิจขยายตัวเร็วขึ้น ประกาศลุยสาขาใหม่ต่อเนื่อง
นายทรงศักดิ์ วิจัยธรรมฤทธิ์ ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า หลังจากนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้เข้าซื้อกิจการห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในประเทศไทยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมผู้ถือหุ้น ได้ข้อสรุปว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ยังคงเดินไปตามแผนการดำเนินงานเดิมที่วางไว้ แต่ในอนาคตการขยายตัวของธุรกิจอาจมีความรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากบริษัท บีเจซี มีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์
“ตอนนี้ทุกคนมีความประทับใจว่า ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ มีเจ้าของเป็นบริษัทของคนไทย และจากการที่บริษัท บีเจซี มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจหลายด้านก็น่าจะนำมาปรับใช้กับบริษัทได้” นายทรงศักดิ์ กล่าว
สำหรับแผนการขยายสาขาใหม่ในปีนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดทั้งหมดประมาณ 84 สาขาภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น รูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 สาขา บิ๊กซี มาร์เก็ต 3 สาขา และมินิบิ๊กซี 75 สาขา ซึ่งในจำนวนดังกล่าว แบ่งเป็นการขยายในรูปแบบแฟรนไชส์ประมาณ 50 สาขา ส่วนรูปแบบจัมโบ้ขณะนี้ยังไม่มีแผนขยายเพิ่ม เนื่องจากอยู่ระหว่างการทดลองผลการตอบรับของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการร้านอาหาร
ทั้งนี้ ในส่วนของสาขาล่าสุดที่เพิ่มเปิดให้บริการไปเมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ในรูปแบบของมินิไฮเปอร์มาร์เก็ต คือ ระนอง มีพื้นที่รวมประมาณ 1 หมื่น ตร.ม. แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 6 อาคาร แต่ละอาคารจะมีทางเชื่อมถึงกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งการที่บริษัทต้องปรับรูปแบบการก่อสร้างเป็นอาคารชั้นเดียวจำนวน 6 อาคาร เพราะติดปัญหาผังเมือง เนื่องจากที่ตั้งของสาขาอยู่ในเขตพื้นที่เมือง
นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า รูปแบบของสาขาที่เปิดให้บริการใน จ.ระนอง ถือเป็นสาขานำร่อง เนื่องจากในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ไปในจังหวัดรอง และอำเภอขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่ามีจังหวัดและอำเภอใดบ้างที่มีศักยภาพในการนำรูปแบบมินิไฮเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปเปิดให้บริการ
“สาขาระนองนอกจากจะเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยและจังหวัดใกล้เคียงแล้ว ยังสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าชาวเมียนมาที่พักอาศัยใน จ.ระนอง และที่พักอาศัยอยู่ในประเทศเมียนมาได้อีกด้วย เนื่องจาก จ.ระนอง มีพื้นที่ติดกับประเทศเมียนมา ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการ สัดส่วนลูกค้าตอนนี้ 60-70% เป็นชาวเมียนมา” นายทรงศักดิ์ กล่าว
ด้านภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตในช่วงครึ่งปีหลังนี้ มองว่ายังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการลดราคาสินค้า ซึ่งในส่วนของบริษัทเองก็ยังคงใช้กลยุทธ์ดังกล่าวทำการตลาดอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ ถูกสุดๆ ไปเลย เหมือนที่ผ่านมา เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในด้านของราคาสินค้า และจากการที่บริษัทได้ ก้อง สหรัฐ มาเป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์ให้กับห้างบิ๊กซีฯ ส่งผลให้ภาพลักษณ์และการจดจำแบรนด์ของบิ๊กซีฯ ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น







