
ศาลพิพากษากักขัง2เดือนพ่อค้าข้าวมันไก่ฆ่าสุนัข
ศาลพิพากษาจำคุก4เดือนพ่อค้าข้าวมันไก่ฆ่าสุนัข รับสารภาพทำไปอารมณ์ชั่ววูบเพราะบุตรสาวเคยถูกสนัขกัดก่อน และให้การเป็นประโยชน์ลดโทษกักขัง2เดือน
ศาลพิพากษาจำคุก4เดือนพ่อค้าข้าวมันไก่ฆ่าสุนัข รับสารภาพทำไปอารมณ์ชั่ววูบเพราะบุตรสาวเคยถูกสนัขกัดก่อน และให้การเป็นประโยชน์ลดโทษกักขัง2เดือน
ศาลแขวงพระนครเหนือ นัดฟังคำพิพากษาตัดสินคดีที่ พนักงานอันการ สำนักงานอันการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง เป็นโจทก์ก้อง นายอานนท์ เมฆสัน พ่อค้าข้าวมันไก่ที่ใช้อาวุธมีดและเหล็กทำร้ายเจ้าขาว สุนัขเพศผู้จนตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13เม.ย.59
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตาม พรบ.ทารุณกรรมสัตว์ จึงพิพากษาให้จำคุก 4 เดือน แต่จำเลยรับสารภาพและให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 เดือน การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงไม่ให้รอลงอาญา อย่างไรก็ตามจำเลยกระทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่บุตรสาวเคยถูกสุนัขกัด จึงก่อเหตุไปเพราะบันดาลโทสะ โทษจำคุกจึงให้เหลือกักขัง
นายสิริพจน์ สุทธิพิบูลย์ อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ว่าสุนัขสีขาวเพศผู้ พันธุ์ไทย ชื่อว่าเจ้าขาว ที่เลี้ยงเอาไว้ใต้ตึกอำนวยพัฒนาอพาร์ตเมนต์ ปากซอยรามคำแหง 60/2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ถูกนายอานนท์ เมฆสัน อายุ 35 ปี เจ้าของร้านข้าวมันไก่ ใช้เหล็กตีและใช้มีดแทงสุนัขจนตาย
เวลาต่อมา พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับนายอานนท์ ในความผิด พรบ.ทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร
ด้านนายจอห์น ดัลแลน ประธานมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย มาร่วมฟังการพิพากษาตัดสินคดีนี้ เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังกับบทลงโทษที่เบาเกินไป จึงอยากให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพิจารณาโทษของผู้ทารุณกรรมสัตว์ เพราะในต่างประเทศมีบทลงโทษที่รุนแรง เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง.
ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดให้ประชาขนเข้าไปลงรายชื่อผ่านเว็ปไซต์ เชนจ์ ดอท โออาร์จี เพื่อให้ศาลพิจารณาพิพากษาบทลงโทษขั้นสูงสุดกับจำเลย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะเป็นการทารุณกรรมสัตว์







