
นายกฯไม่เลิกMOU43
นายกฯยืนยันกับเครือข่ายประชาชนยืนยันเอ็มโอยู43ยังเป็นประโยชน์ต่อไทย เตรียมใช้วิธีการทางการทูตผสานกับการทหารจัดการปัญหารุกล้ำดินแดนหลังเคยประท้วงมาแล้วในหลายครั้ง
นายกฯยืนยันกับเครือข่ายประชาชนยืนยันเอ็มโอยู43ยังเป็นประโยชน์ต่อไทย เตรียมใช้วิธีการทางการทูตผสานกับการทหารจัดการปัญหารุกล้ำดินแดนหลังเคยประท้วงมาแล้วในหลายครั้ง
การถ่ายทอดสดรายการพิเศษเรื่องปราสาทพระวิหารได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อเวลาประมาณ 13.00น.ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายยังไร้ข้อสรุป หลังภาคีเครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ยืนทวงถามความคืบหน้า4ข้อ หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศบราซิล และขอให้รัฐบาลมีการยกเลิก บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับวันที่ 14 มิ.ย.2543 หรือเอ็มโอยู43
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการพิเศษที่มีการถ่ายทอดสดทางช่อง 11 ประเด็นพระวิหาร โดยตอบคำถาม เครือข่ายประชาชนฯ กรณียกเลิกเอ็มโอยู 2543 และการผลักดันคนกัมพูชาออกจากพื้นที่ว่า วันนี้เราเห็นตรงกันว่าจุดยืนตรงกัน ผมยังยืนยันว่าเอ็มโอยู 2543ไม่ได้ยอมรับเรื่องแผนที่ และเหตุที่ไม่ยกเลิกเพราะต้องการใช้ประโยชน์ตรงนี้ในการดูแลสถานการณ์ของประเทศ แต่ในอนาคตไม่ต้องห่วง รัฐบาลไทยจะทำเพื่อรักษาอธิปไตย
ส่วนเรื่องการรุกล้ำเข้ามานั้น ก็มีการประท้วงไปแล้วหลายครั้ง ขณะที่กรณีการกระทบกระทั่งกันนั้น หากจำเป็นหน่วยงานต่างๆก็พร้อมที่จะทำ เห็นได้ว่า ก.ค. 2551 มีการเข้าไปในพื้นที่ มีการจับกุม และเกิดปะทะกัน หรือเม.ย. 2552 ก็เกิดปัญหาทำนองเดียวกัน ก็เกิดการปะทะกัน ผมถึงบอกว่าเมื่อใดที่เกิดความจำเป็นก็จะทำ แต่วิธีการจะใช้การทูตผสมผสานกับการทหาร ได้ให้รมว.กษิต คุยกับรมว.กลาโหม และกองทัพ เพื่อดูว่าจะใข้แนวทางอย่างไรต่อไป ซึ่งไม่ควรจะนำมาพูดในที่นี้ หรือหากจะต้องมีการใช้กำลังก็จะเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะต้องดูผลกระทบที่เกิดกับการเมืองระหว่างประเทศ
"ถ้าจะไม่ให้ทะเลาะกันเป็นสงคราม อย่างน้อยที่ผลักดันเขาได้คือ เอ็มโอยู 2543 ที่เป็นตัวล็อกไว้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่เข้าไปทำอะไรในพื้นที่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเอ็มโอยู 2543 จึงควรจะยังอยู่ "นายกฯกล่าว







