posttoday
ป้องกันทุจริตแบบสิงคโปร์

ป้องกันทุจริตแบบสิงคโปร์

16 พฤษภาคม 2559

โดย...หควณ ชูเพ็ญ กรรมการบริหารงบประมาณ และทรัพย์สินของหน่วยงานรัฐสภา

โดย...หควณ ชูเพ็ญ กรรมการบริหารงบประมาณ และทรัพย์สินของหน่วยงานรัฐสภา

การบริหารงบประมาณตามแบบของสิงคโปร์มีข้อเด่น และเป็นกลไกช่วยพัฒนาประเทศได้ดีด้วยเหตุผลต่อไปนี้

1.สิงคโปร์ได้เรียนรู้ว่าการปฏิรูปการบริหารงบประมาณของหลายๆ ประเทศไม่ประสบความสำเร็จ เพราะบุคลากรภาครัฐไม่เข้าใจเป้าหมายของการปฏิรูปต่างๆ เขามีข้อสรุปในเรื่องนี้ ว่า “การเอาแนวคิดใหม่ๆ ไปใส่ในหัวของคนที่ขาดความพร้อมที่จะเข้าใจเรื่องใหม่ๆ นั้นจะเป็นการเสียเปล่า”

2.รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มปฏิรูปการงบประมาณ โดยพบปัญหาของระบบงบประมาณที่ใช้อยู่ในขณะนั้นคือระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ หรือแบบ LIB (Line Item Budgeting) ซึ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายต่อรายการและใช้ของเก่าเป็นฐานในการพิจารณางบประมาณแต่ละปี โดยมิได้คำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนพัฒนาใหม่ๆ ทำให้มีการปรับปรุงการงบประมาณใหม่ให้เป็นแบบแสดงแผนงาน PPB (Planning Programming Budgeting) ซึ่งเป็นการจัดทำแผนงานและแผนไม่ให้มีกลุ่มภารกิจซ้ำซ้อนกันก่อนส่งคำของบประมาณ

3.จากความพร้อมของบุคลากรภาครัฐทำให้ระบบ PPB ของสิงคโปร์เป็นไปได้รวดเร็วจนต่อมาพรรค PAP จึงเห็นว่าการดำเนินการของกระทรวงต่างๆ สามารถที่จะมีอิสระในการใช้งบประมาณมากยิ่งขึ้นอีก จึงได้กำหนดให้งบประมาณที่ผ่านสภานิติบัญญัติฯ ขั้นรับหลักการแล้วก็สามารถส่งไปให้กระทรวงที่รับผิดชอบใช้บริหารได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญใดๆ อีกจึงเป็นงบประมาณที่เรียกว่า Block Vote Budget Allocation System (BVBAS) ซึ่งเริ่มจริงจังในปี 1989

4.รัฐบาล PAP ได้กำหนดแนวทางให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐต้องมีผลงาน จึงทำให้มีการพัฒนาระบบงบประมาณไปอีกขั้นหนึ่ง คือ งบประมาณเพื่อผลสัมฤทธิ์ หรือ The Budgeting for Results (BFR) ซึ่งเริ่มจริงจังในเดือน มิ.ย 1994 โดยกำหนดผลสัมฤทธิ์ 2 ประการ คือ เพื่อให้ประเทศสิงคโปร์ก้าวหน้าทัดเทียมกับคู่แข่งทั่วโลกและเพื่อให้การบริการภาครัฐแก่ประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุด ระบบงบประมาณแบบ BFR นั้นเปิดช่องให้หน่วยงานต่างๆ ซึ่งตามโครงสร้างของสิงคโปร์มีลักษณะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรอิสระเกือบทุกแผนงาน

บทเรียนสำหรับประเทศไทย คือ การปฏิรูปการงบประมาณต้องสอดคล้องกับคุณภาพและความซื่อสัตย์ของข้าราชการเป็นอันดับแรก อันดับที่สอง คือ ความรู้ความเข้าใจเรื่องการปฏิรูปของพรรคการเมืองที่ปกครองประเทศ อันดับที่สาม การพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากระบบหนึ่งไปสู่ระบบหนึ่งต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับจุดอ่อนจุดแข็งของระบบเดิมและระบบใหม่ที่เลือกใช้ (เช่น กรณีของสิงคโปร์ การใช้ระบบ Program Budgeting  เป็นฐานสำคัญที่สุด)

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล