
คำต่อคำ "มีชัย" ในการประชุมร่วมสนช.-สปท.ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน!
บันทึกคำอภิปรายของ "มีชัย" ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับสมาชิก สนช. และ สปท. เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา
บันทึกคำอภิปรายของ "มีชัย" ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับสมาชิก สนช. และ สปท. เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา
จากรณีที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวระหว่างการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ (สปท.) เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา และมีฝ่ายการเมืองโจมตีว่า นายมีชัย ได้ระบุในทำนองว่า "ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขภายหลัง" ซึ่งต่อมาโฆษกกรธ.ได้ยืนยันว่า คำอภิปรายของนายมีชัยไม่ได้มีเจตนาตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
"โพสต์ทูเดย์" ขอนำบันทึกคำอภิปรายของ นายมีชัย ในวันดังกล่าวมาเสนอแบบคำต่อคำดังนี้
กราบเรียนท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสมาชิก สนชและสปท.
ต้องขอบพระคุณท่านประธานและรองประธานเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้โอกาสคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ครั้งนี้เกิดขึ้นจากที่ทาง กรธ.ได้ทราบว่า สนช.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลและไปชี้แจงคำถามพ่วงให้กับประชาชนและเปิดรับอาสาสมัคร มีผู้มาสมัคร 100 กว่าคน กรธ.ก็ตระหนักว่าขีดความสามารถของ กรธ.เมื่อเทียบกับ สนช.และ สปท. มันเหมือนมดกับช้างเพราะเรามีแค่ 21คน อาสาสมัครมีมากกว่าร้อยคน เราก็คิดว่าถ้าเราไม่พึ่ง สปท.และสนช.เราคงทำงานลุล่วงไปไม่ได้และที่สำคัญคือสมาชิกทั้ง2สภาเป็นผู้ที่ทรงคุณวุฒิอย่างแท้จริงในด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญเพราะเป็นผู้จัดทำกฎหมายและเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และได้ศึกษารัฐธรรมนูญมาในหลายแง่หลายมุม และคงไม่มีใครที่ทราบรายละเอียดของรัฐธรรมนูญได้ดีเท่ากับสมาชิกทั้ง 2 สภา
เพราะฉะนั้นเมื่อได้ทราบว่าจะมีการเสวนาในวันนี้เพื่อที่จะเตรียมความพร้อม กรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ร้องขอต่อท่านรองสุรชัยว่า ขอให้พวกเราพูดสิ่งที่เราคิดและได้ทำให้ท่านทั้งหลายได้ฟังสัก 2 ชั่วโมง เพื่อที่เวลาท่านออกไปชี้แจงอธิบายเหตุผลซึ่งคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญถาวรที่เป็นบทเฉพาะกาลจะได้สอดคล้องกันและในขณะเดียวกันกรรมการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งก็จะต้องออกไปด้วยเหมือนกันเมื่อเวลาที่ใครเขาถามเรื่องคำถามพ่วงก็จะมาเรียนรู้ที่นี่แล้วก็จะได้เอาไปช่วยตอบให้กับชาวบ้านเขาได้ฟังได้ นี่เป็นการเอื้อซึ่งกันและกันและเป็นที่มาที่ต้องให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญมามีส่วนร่วม ซึ่งต้องขอบพระคุณท่านรองสุรชัยที่เข้าใจแล้วก็ได้จัดการให้ได้สมความประสงค์
ตามกฎหมายประชามติที่ได้ให้สิทธิกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในการที่จะร้องขอหน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อที่จะช่วยเหลือเผยแพร่รัฐธรรมนูญ และเมื่อร้องขอให้ผู้ใดช่วยแล้วผู้นั้นก็จะได้รับการคุ้มครองในการกระทำของบุคคลเหล่านั้น ก็ได้คุยกับท่านรองสุรชัยแล้วว่าเพื่อประโยชน์ที่ท่านทั้งหลายจะออกไปทำการเผยแพร่รัฐธรรมนูญตอบคำถามในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญได้ ท่านทั้งหลายจะได้สบายใจว่าไม่ถูกกล่าวหาว่าทำการก้าวล่วงหน้าที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็จะได้ดำเนินการมีหนังสือมายัง ประธานสภาทั้ง 2 สภา เพื่อร้องขอให้สมาชิกสมาชิกทั้ง 2 สภาได้มีส่วนช่วยในการเผยแพร่รัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชน ด้วยวิธีนี้ก็จะทำให้ทุกท่านและอาสาสมัครเวลามีใครมาถามก็สามารถอธิบายชี้แจงให้ประชาชนได้ฟังได้ ความจริงวันนี้ผมก็ตั้งใจจะเล่าให้ฟังถึงหลักเกณฑ์สำคัญที่เราพูดกันอยู่ในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แต่โชคไม่ดีวันสองวันนี้ผมไม่ค่อยสบายเลยไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอะไรยาวได้ ก็ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดในรายละเอียด
แต่จะเรียนเป็นคร่าวๆว่ารัฐธรรมนูญมันเป็นของประเทศ มันบัญญัติได้เฉพาะส่วนที่สำคัญ ที่ปกป้องส่วนรวมของประเทศ และปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกล่วงล้ำโดยผู้ใช้อำนาจรัฐได้ มันจะไม่บอกว่าใครจะได้อะไร จะทำอะไรมากน้อยแค่ไหนซึ่งจะเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลต้องทำเพราะฉะนั้นที่คนกังวลกันว่าที่เขียนเรื่องนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจะทำได้หรือไม่ได้นั้น ขอให้มั่นใจเถอะครับว่าผู้บริหารราชการแผ่นดินย่อมมีอำนาจ มีภารกิจ มีหน้าที่ ที่จะต้องทำนุบำรุงประเทศและประชาชนให้มีความสุขสมบูรณ์ อะไรที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนและสังคมเป็นส่วนรวม คนเหล่านั้นก็มีหน้าที่ที่จะทำไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนไว้หรือไม่ก็ตามเว้นแต่ในส่วนที่เขาห้ามไว้ เรื่องที่ไม่ให้รัฐทำก็คือเรื่องที่จะกระทบต่อการอยู่ดีมีสุขของประชาชนเท่านั้นที่จะห้าม เราจะไม่ห้ามอะไรพร่ำเพรื่อ และก็จะไม่เขียนอะไรบังคับ เขียนเท่าที่จำเป็น
เพราะฉะนั้นข้อกังวลที่คนมักจะพูดว่าถ้าไม่เขียนเรื่องนั้นแล้วจะทำได้ไหม ขอยืนยันว่าทำได้ โดยหลักของรัฐธรรมนูญทั่วโลกเขาเขียนรัฐธรรมนูญกันไม่กี่หน้ากระดาษแล้วก็ลุกล้ำไปทั่วโลกอย่างอเมริกาเป็นต้น ขอความกรุณาว่าถ้าใครมาถามก็ช่วยบอกว่าทำได้ไหมก็บอกไปว่าทำได้ทั้งนั้นแหละตราบใดที่ไม่ทำให้เขาเดือดร้อนก็ทำได้ หลักเดียวกันนี้เราก็ได้นำมาใช้ในสิทธิและเสรีภาพด้วยเช่นกัน อะไรที่ไม่ได้ห้ามไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายประชาชนก็ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการที่จะทำการนั้นได้ไม่ว่าจะเขียนไว้หรือไม่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ชุมชนและสังคมที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญนี้จะมีลักษณะพิเศษไปกว่าปกติตรงที่ว่า เรายอมรับนับถือความมีสิทธิเสรีภาพที่สมบูรณ์ยกเว้นจนกว่าที่จะถูกห้าม ในขณะเดียวกันเมื่อใดที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ เราเคยมีปัญหากันอยู่เสมอว่ากฎหมายมันก็ไม่บัญญัติสักทีเราจะทำกันยังไง คราวนี้เราก็เขียนไว้ชัดว่าถึงแม้กฎหมายจะยังไม่ออก สิทธิของประชาชนที่รองรับไว้แล้วในรัฐธรรมนูญก็จะมีผู้แทนราษฎร ประชาชนก็สามารถติดตามและทวงถามได้ อันนี้ก็เป็นหลักประกันว่าประชาชนจะได้รับความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่
เรื่องที่ 2 ที่อยากเรียนว่าเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งก็ดี การเข้ามาดำรงตำแหน่งทางฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติก็ดี เราได้คำนึงถึงสิทธิของประชาชนที่จะมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง กลไกในการที่จะใช้บัตรใบเดียวก็ดี กลไกในเรื่องของการยอมให้โหวตไม่รับ ส.ส.ที่ไปลงสมัครรับเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่สร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมในการเมืองอย่างแท้จริงและอย่างเป็นผลสัมฤทธิ์ ไม่ใช่เพียงพูดลอยๆ การที่ให้เขาลงคะแนนว่าจะไม่เลือกใครแล้วเอามานับ โดยกำหนดให้คนที่จะได้รับการเลือกตั้งจะต้องชนะคะแนนนั้นให้ได้ นั้นคือการส่งต่อให้รู้ว่าเสียงของประชาชนเป็นเสียงที่สำคัญไม่ใช่เอามานับแล้วใครได้มากกว่าก็ได้รับการเลือกตั้งอย่างที่เคยมีมา
การกำหนดวิธีการให้มี ส.ว.แบบเลือกข้างกันเอง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สิทธิในทางการเมืองของประชาชนเป็นจริงเป็นจัง ตัวเองเข้ามามีบทบาทในทางนิติบัญญัติเองโดยไม่ต้องไปพึ่งพาพรรคการเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ช่วยทำให้สิทธิของประชาชนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ในส่วนที่ว่าด้วยเรื่องกลไกภายในของการเมือง เราก็นึกถึงเรื่องของการปรองดอง เรื่องของการปรึกษาหารือ เรื่องของการที่จะพูดคุยให้เข้าใจกันมากกว่าการที่จะเอาชนะคัดค้านในทางการเมืองด้วยการยกมือแต่เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นจะมีกลไกหลายเรื่องในรัฐธรรมนูญนี้ที่พูดถึงการที่เขาจะต้องปรึกษาหารือกัน จะต้องใช้วิธีการพูดคุยกันให้ได้ consensus มากกว่าการใช้คะแนนโหวตแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นมีกลไกในการเตือน กลไกในการเปิดอภิปรายกับผู้นำฝ่ายค้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำขึ้นเพื่อให้เกิดความปรองดองที่เราตั้งเป้าไว้ แม้ว่าตัวมันเองจะไม่ได้สร้างความปรองดองอย่างสมบูรณ์อย่างที่พวกเรากำลังใฝ่หา แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้เกิดการปรองดอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการลงคะแนนบัตรใบเดียวก็เป็นส่วนหนึ่งของการปรองดอง คือไม่ใช่คนชนะเอาไปหมด คนแพ้อดหมดเลย นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้อยู่ด้วยกันไปได้เพื่อว่าทุกคนมีสิทธิมีเสียง แล้วเสียงนั้นก็จะได้รับการยอมรับนับถืออย่างมีความหมายไม่ใช่ตกน้ำทิ้งไป อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดความอ่อนโยนทางการเมืองมากขึ้นมากกว่าการเอาชนะกัน
อีกเรื่องที่เรามุ่งมั่นมากคือการขจัดการทุจริตซึ่งทุกคนดูเหมือนจะยอมรับกันหมดว่ามันเป็นปัญหาสำคัญของบ้านเมืองที่จำเป็นที่จะต้องขจัดมันไปให้ได้ แล้วก็กลไกที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยกันขจัดไม่ให้คนที่ทำไม่ดีในลักษณะที่ไม่สามารถจะให้อภัยได้ได้กลับมาสู่วงการการเมือง เราก็ไม่ได้ตัดสิทธิ์เขาอะไรมากมาย ถ้าคุณไม่เหมาะในทางการเมืองก็จะได้มีคนอื่นหน้าใหม่เข้ามาก็เท่านั้น แต่กลไกเหล่านั้นจะเป็นกลไกที่เสริมขึ้นระหว่างตัวคุณสมบัติ ตัวขบวนการในการเอาออก และกลไกจากองค์กรอิสระที่เราพยายามทำให้แกร่งขึ้นมีคุณวุฒิคุณสมบัติสูงขึ้น มีการปรึกษาหารือระหว่างกัน มีการกำหนดร่วมกันในเรื่องของจริยธรรม
ในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นส่วนช่วยให้การเมืองสามารถค่อยๆพัฒนาไปได้ให้ใกล้เคียงกับประเทศที่เขาเจริญแล้วในทางประชาธิปไตย ซึ่งเขามีจริยธรรมของเขา ทำอะไรผิดนิดหน่อยเขาก็คิดได้ก็สามารถลาออกได้หรือรับผิดชอบกันได้ แต่ว่าของเราถ้าไม่มีเขียนอะไรไว้เป็นตัวอักษร ก็ไม่มีใครว่าอะไรก็ทำต่อไปได้ ซึ่งมันก็จะทำให้การยอมรับนับถือมันน้อยลง เพราะฉะนั้นเราก็จะสร้างมาตรฐานจริยธรรมขึ้น คนที่จะสร้างก็คือองค์กรอิสระทั้งหมดมาร่วมกันสร้างแล้วก็ไปให้สภานิติบัญญัติดู ถ้าเห็นดีเห็นงามเราก็ใช้ด้วยกันทุกสาขา เพื่อว่าเราจะได้ใช้กำกับพฤติกรรมของแต่ละคนที่ต้องมาดูแลบ้านเมือง และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นความหวังที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตั้งใจอยากจะให้มันเกิดขึ้นและสามารถทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปได้ ในกลไกที่เราสร้างไว้ในรัฐธรรมนูญมีอยู่หลายเรื่องที่สภานิติบัญญัติหรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไม่ค่อยเห็นด้วยก็ยอมรับครับว่า แต่ละคนต่างก็มีแนวคิด แต่ได้โปรดเข้าใจว่าเราก็ได้รับฟังมาโดยตลอดแล้วเราก็ได้ไปชั่งน้ำหนักว่าอันไหนจะดีที่สุด
ถ้าสิ่งที่เราตัดสินใจมาอาจจะถูกใจหรือไม่ค่อยถูกใจท่านทั้งหลาย ก็ขอให้คิดซะว่าคน 21คนคิดมาได้อย่างนี้มันอาจจะต่างจากคน 200 คนคิด แต่มาวันนี้มันแก้อะไรไม่ได้แล้วก็คงต้องเดินหน้ากันไปเพื่อที่จะทำให้มันเกิดผลสัมฤทธิ์แล้วถ้ามันเกิดขาดตกบกพร่องอะไรไปวันข้างหน้าก็ให้เขาไปแก้ไขกันเอาเอง
เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่จะฝากให้ทุกท่านช่วยกรุณาศึกษาคือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาและการปฏิรูปตำรวจ ผมคิดว่าประเทศไม่มีทางไปไหนได้ไกลถ้าเราไม่สามารถปฏิรูปการศึกษาของเราจะสามารถทำเด็กของเราที่จะเจริญเติบโตในวันข้างหน้าให้มีสติปัญญาดีขึ้น ให้มีวินัย ให้มีสุขในการดำรงชีวิตด้วยการเรียนในสิงที่ตัวเขาเองถนัด ตรงนี้คือหัวใจสำคัญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอยากเห็น และเมื่อเราปรับคนให้มีวินัย เราก็ต้องปรับกลไกในขบวนการยุติธรรมเพื่อที่จะให้เกิดความเที่ยงธรรม ให้ตำรวจทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดอย่าต้องทำหน้าที่ทำตามที่ใครก็ไม่รู้สั่งการหรือกำหนดนโยบาย หน้าที่ตำรวจมีอะไรกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน เมื่อไหร่ที่เราเลิกตรงนั้นได้บ้านเมืองเราก็จะเจริญก้าวหน้าได้ ตราบใดที่ยังไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เราก็ไม่วันที่จะได้รับความยุติธรรมเพราะว่าเมื่อคนที่บังคับการตามกฎหมายต้องทำตามคำสั่งคนอื่น เรารู้ได้อย่างไรว่าคำสั่งเหล่านั้นเป็นคำสั่งที่ชอบมันจะไม่เลือกที่รักมักที่ชัง หน้าที่มีอะไรต้องทำตามอย่างเคร่งครัด
ถ้าเราปฏิรูปตรงนี้ได้บ้านเมืองเราก็เดินต่อไปได้ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข 2 เรื่องนี้ที่อยากจะฝากนอกเหนือไปจากการปฏิรูปเรื่องอื่นไม่ว่าจะเป็นระบบราชการหรือระบบทรัพยากรหรือพลังงานซึ่งมีอยู่ในรัฐธรรมนูญพร้อมหมดแล้ว แต่ว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเน้นหนัก 2 เรื่องนี้เพราะถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเพื่อให้ประเทศพัฒนาไปได้ และเพื่อให้ท่าน 2 ท่านได้ลงลึกในรายละเอียด
ผมก็จะขออนุญาตจบแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ







