posttoday
ต่างชาติเชื่อมั่นไทย แห่ตั้งสำนักงาน

ต่างชาติเชื่อมั่นไทย แห่ตั้งสำนักงาน

16 พฤษภาคม 2559

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีจากนักลงทุนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ประเทศไทยได้กลับเข้าไปอยู่ใน 25 ประเทศแรกที่น่าลงทุน ขณะที่กลุ่มหัวเหว่ยจากประเทศจีนที่เพิ่งตัดสินใจตั้งสำนักงานประจำภูมิภาค (IHQ) ที่ประเทศไทยเพื่อดูแลธุรกิจใน 11 ประเทศ ซึ่งระบุชัดว่าเพราะไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง มีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์การเมือง และมีนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลที่ชัดเจน หรือกลุ่มฮอนด้าที่เพิ่งเปิดโรงงานเพิ่มเติมก็มองว่าไทยเป็นฮับที่สำคัญของบริษัท ปัจจุบันมีการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนไปทั่วโลกสูงกว่าการส่งออกจากการผลิตในญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ในเดือน มิ.ย.นี้ฮอนด้าจะเปิด IHQ ในประเทศไทย

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีจากนักลงทุนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ประเทศไทยได้กลับเข้าไปอยู่ใน 25 ประเทศแรกที่น่าลงทุน ขณะที่กลุ่มหัวเหว่ยจากประเทศจีนที่เพิ่งตัดสินใจตั้งสำนักงานประจำภูมิภาค (IHQ) ที่ประเทศไทยเพื่อดูแลธุรกิจใน 11 ประเทศ ซึ่งระบุชัดว่าเพราะไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง มีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์การเมือง และมีนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลที่ชัดเจน หรือกลุ่มฮอนด้าที่เพิ่งเปิดโรงงานเพิ่มเติมก็มองว่าไทยเป็นฮับที่สำคัญของบริษัท ปัจจุบันมีการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนไปทั่วโลกสูงกว่าการส่งออกจากการผลิตในญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ในเดือน มิ.ย.นี้ฮอนด้าจะเปิด IHQ ในประเทศไทย

“ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558 จนถึงขณะนี้มี 49 บริษัทจากต่างประเทศที่ยื่นขอตั้งสำนักงาน IHQ ในประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ประเทศไทยประกาศแล้วเขาจะมา แสดงว่าเขามองว่าเราเป็นเกตเวย์ของอาเซียนจริง ยิ่งลาว เมียนมา กัมพูชาเติบโตเร็ว เขาทำธุรกิจกับประเทศเหล่านั้น ยิ่งต้องมาตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย ซึ่งแนวโน้มที่ต่างชาติเข้ามานี้ผมได้ให้นโยบายกับบีโอไอไปว่าจะต้องเตรียมนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้ชัดเจนในเชิงพื้นที่และพร้อมรองรับการเข้ามาลงทุน” สมคิด กล่าว

ก่อนหน้านี้ ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. ระบุว่า ในการประมาณการรอบวันที่ 16 พ.ค. 2559 นี้ จะประเมินผลกระทบจาก 3 ปัจจัยที่จะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจโลก งบประมาณกลางปีที่เพิ่มเติมเข้ามา 3.5 หมื่นล้านบาท และการประกาศมาตรการเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 8 มาตรการ รวมทั้งตัวแปรอื่นๆ เช่น สถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะไม่แล้งเท่าปีที่ผ่านมา สถานการณ์การลงทุนและสถานการณ์การท่องเที่ยว จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด แม้ว่าการส่งออกจะมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดและทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจต่ำกว่าค่ากลางที่ 3.3% ได้ แต่ก็จะไม่ต่ำไปกว่าขอบล่างของประมาณการที่ 2.8%

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (16-20 พ.ค.) ว่า ดัชนีมีแนวรับที่ 1,380 และ 1,360 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,405 และ 1,420 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานข้อมูลจีดีพี ไตรมาส 1/2559 ซึ่งสภาพัฒน์จะแถลงในวันที่ 16 พ.ค.นี้ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีราคาผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และบันทึกการประชุมเฟด ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญที่จะมีการรายงาน ได้แก่ การรายงานข้อมูลเงินเฟ้อในยูโรโซน และข้อมูลจีดีพี ไตรมาส 1/2559 ของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับลดลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มสื่อสารและธนาคาร ก่อนที่ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวขึ้นในวันพฤหัสบดีจากแรงซื้อกลับของนักลงทุน อย่างไรก็ตามดัชนีขยับลงอีกครั้งในวันศุกร์ หลังการลดลงของราคาน้ำมันฉุดให้หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง รวมทั้ง แรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล